คู่มือขอวีซ่าชิลี (Chile Visa) อัปเดท 2026 บอกทุกขั้นตอนการขอวีซ่า ใช้เงินกี่บาท ยื่นที่ไหน
- สารบัญ
- 1. คนไทยต้องขอวีซ่าชิลีหรือไม่? (อัปเดต 2026)
- 2. ขั้นตอนการเตรียมตัวสำหรับ “นักท่องเที่ยว” (Free Visa 90 วัน)
- 3. ขั้นตอนการขอวีซ่าพำนักระยะยาว (Residencia Temporal)
- 4. ค่าใช้จ่ายสรุป (ใช้เงินกี่บาท?)
- 5. FAQ (10 คำถามพบบ่อย) เกี่ยวกับวีซ่าชิลี
ชิลี (Chile) ประเทศเจ้าของภูมิประเทศที่ยาวที่สุดในโลก ตั้งแต่ทะเลทรายอาตากามาทางตอนเหนือ ไปจนถึงธารน้ำแข็งในปาตาโกเนียทางตอนใต้ สำหรับนักเดินทางชาวไทยที่วางแผนจะไปเยือนชิลีในปี 2026 เรื่องวีซ่าถือเป็นข่าวดีที่สุด เพราะประเทศไทยและชิลีมีความสัมพันธ์ทางการทูตที่แน่นแฟ้น ทำให้การเดินทางเป็นเรื่องง่ายกว่าที่คุณคิด
คู่มือนี้จะสรุปข้อมูลล่าสุดปี 2026 ทั้งสำหรับนักท่องเที่ยว (Visa Exemption) และผู้ที่ต้องการไปพำนักระยะยาว (Temporary Residence) เพื่อให้คุณเตรียมตัวได้อย่างถูกต้อง

1. คนไทยต้องขอวีซ่าชิลีหรือไม่? (อัปเดต 2026)
แบ่งออกเป็น 2 กรณีหลัก ตามระยะเวลาและวัตถุประสงค์ครับ:
กรณีที่ 1: ท่องเที่ยวหรือธุรกิจระยะสั้น (ไม่เกิน 90 วัน)
- ไม่ต้องขอวีซ่า (Visa Exemption): ผู้ถือหนังสือเดินทางไทย (Thai Passport) ได้รับสิทธิ์ยกเว้นวีซ่า สามารถเดินทางเข้าชิลีได้เลย
- ระยะเวลาพำนัก: สูงสุด 90 วัน
- ค่าธรรมเนียม: 0 บาท (ไม่มีค่าใช้จ่าย)
กรณีที่ 2: พำนักระยะยาว เกิน 90 วัน (ทำงาน, เรียน, ติดตามครอบครัว)
- ต้องขอวีซ่า: คุณต้องยื่นขอ “วีซ่าพำนักชั่วคราว” (Residencia Temporal) ล่วงหน้าจากประเทศไทย
- ยื่นที่ไหน: ยื่นผ่านระบบออนไลน์ของ SERMIG (Servicio Nacional de Migraciones) ของรัฐบาลชิลีเท่านั้น
- ค่าธรรมเนียม: มีค่าใช้จ่ายตามประเภทวีซ่า
2. ขั้นตอนการเตรียมตัวสำหรับ “นักท่องเที่ยว” (Free Visa 90 วัน)
แม้จะไม่ต้องขอวีซ่า แต่คุณต้องเตรียมเอกสารให้พร้อมเพื่อแสดงต่อเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง (PDI) ที่สนามบินปลายทาง (เช่น กรุงซานติอาโก) ดังนี้:
- หนังสือเดินทาง (Passport): ต้องมีอายุเหลือใช้งานไม่น้อยกว่า 6 เดือน นับจากวันเดินทางกลับ
- ตั๋วเครื่องบินไป-กลับ: หรือตั๋วเดินทางออกจากชิลีไปยังประเทศที่สาม เพื่อยืนยันว่าจะไม่พำนักเกินกำหนด
- หลักฐานทางการเงิน: เงินสดหรือบัตรเครดิตที่แสดงว่าสามารถดูแลตัวเองได้ตลอดทริป (แนะนำประมาณ $46 USD ต่อวัน)
- ที่พัก: หลักฐานการจองโรงแรม หรือจดหมายเชิญจากญาติ/เพื่อนในชิลี (ระบุที่อยู่และเบอร์โทรศัพท์ชัดเจน)
- แบบฟอร์ม SAG (ศุลกากร): ปัจจุบันชิลีเน้นการกรอกแบบฟอร์มศุลกากรออนไลน์ (Declaración Jurada Digital) ล่วงหน้าก่อนบินเข้าประเทศ 48 ชั่วโมง

3. ขั้นตอนการขอวีซ่าพำนักระยะยาว (Residencia Temporal)
สำหรับผู้ที่ต้องการไปทำงาน, เรียนต่อ หรืออยู่อาศัยเกิน 90 วัน ต้องดำเนินการตามขั้นตอนใหม่ของปี 2026 ดังนี้:
ขั้นตอนที่ 1: เตรียมเอกสาร (และทำ Apostille)
เอกสารไทยทุกฉบับ (เช่น ใบรับรองความประพฤติ, ใบปริญญา, ทะเบียนสมรส) ต้องแปล (อังกฤษหรือสเปน) และผ่านการรับรอง Apostille จากกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศของไทยก่อนเสมอ
- เอกสารบังคับ:
- หน้าพาสปอร์ต
- หนังสือรับรองประวัติอาชญากรรม (Police Clearance) อายุไม่เกิน 60 วัน (รับรอง Apostille)
- รูปถ่ายสี พื้นหลังขาว
- เอกสารเฉพาะด้าน (เช่น สัญญาจ้างงาน, หนังสือตอบรับจากมหาวิทยาลัย)
ขั้นตอนที่ 2: ยื่นคำร้องออนไลน์ (SERMIG)
- เข้าไปที่เว็บไซต์ tramites.serviciomigraciones.cl
- เลือกเมนู Solicitud de Residencia Temporal (Application for Temporary Residence)
- สร้างบัญชีผู้ใช้ กรอกข้อมูล และอัปโหลดเอกสารทั้งหมด (ไฟล์ PDF)
ขั้นตอนที่ 3: ชำระค่าธรรมเนียม
- เมื่อระบบตรวจสอบเอกสารเบื้องต้นผ่าน จะส่งลิงก์ให้ชำระค่าธรรมเนียมผ่านบัตรเครดิต/เดบิต
- ค่าธรรมเนียมโดยประมาณ (2026):
- วีซ่าทำงาน/นักเรียน: $150 – $250 USD (ประมาณ 5,200 – 8,700 บาท) ขึ้นอยู่กับอัตราแลกเปลี่ยน
ขั้นตอนที่ 4: รอผลและรับ E-Visa
- ระยะเวลาพิจารณา: 30 – 90 วันทำการ
- เมื่ออนุมัติ คุณจะได้รับ Estampado Electrónico (Electronic Visa) ทางอีเมล ให้พิมพ์ออกมาเพื่อใช้เดินทางเข้าชิลี
4. ค่าใช้จ่ายสรุป (ใช้เงินกี่บาท?)
| ประเภทการเดินทาง | ค่าธรรมเนียมวีซ่า | ค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่ต้องเตรียม |
| ท่องเที่ยว (ไม่เกิน 90 วัน) | ฟรี (0 บาท) | ค่าตั๋วเครื่องบิน, ประกันการเดินทาง, ค่ากินอยู่ |
| พำนักระยะยาว (ทำงาน/เรียน) | ~5,200 – 8,700 บาท | ค่าแปลเอกสาร, ค่ารับรอง Apostille (~400 บาท/ตรา), ค่าตรวจสุขภาพ |

5. FAQ (10 คำถามพบบ่อย) เกี่ยวกับวีซ่าชิลี
Q1: วีซ่าท่องเที่ยว (Free Visa) อยู่ต่อได้ไหมถ้าครบ 90 วัน?
A1: ได้ครับ สามารถขอขยายเวลา (Prórroga de Turismo) ได้อีก 90 วัน โดยต้องยื่นเรื่องที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองในชิลีและเสียค่าธรรมเนียม (ประมาณ $100 USD)
Q2: ไปเกาะอีสเตอร์ (Easter Island / Rapa Nui) ต้องใช้วีซ่าไหม?
A2: ไม่ต้องใช้วีซ่าเพิ่ม แต่ ต้องกรอกแบบฟอร์ม FUI (Single Entry Form) และต้องมีหลักฐานการจองที่พักที่ได้รับอนุญาตจาก Sernatur หรือจดหมายเชิญจากคนท้องถิ่นเท่านั้น
Q3: ถ้าถือ Free Visa 90 วัน สามารถทำงานได้ไหม?
A3: ไม่ได้เด็ดขาด การทำงานโดยไม่มี Work Permit ผิดกฎหมายและอาจถูกเนรเทศ
Q4: ต้องฉีดวัคซีนอะไรก่อนไปชิลีไหม?
A4: ชิลีไม่มีข้อบังคับเรื่องวัคซีนไข้เหลือง (Yellow Fever) เหมือนบราซิล แต่ควรตรวจสอบมาตรการด้านสาธารณสุขล่าสุดก่อนเดินทางเสมอ
Q5: ยื่นวีซ่าระยะยาวแบบ Walk-in ที่สถานทูตได้ไหม?
A5: ไม่ได้ครับ ปี 2026 ระบบการยื่นวีซ่าพำนักของชิลีเป็นแบบ Online 100% ผ่านเว็บไซต์ SERMIG
Q6: ใช้เวลาบินไปชิลีนานเท่าไหร่?
A6: จากกรุงเทพฯ ไม่มีบินตรง ต้องต่อเครื่องอย่างน้อย 1-2 จุด (เช่น ยุโรป หรือ อเมริกา) ใช้เวลาเดินทางรวมประมาณ 26-35 ชั่วโมง
Q7: พาสปอร์ตไทยเข้าชิลีทางบก (จากอาร์เจนตินา/เปรู) ได้ไหม?
A7: ได้ครับ ใช้สิทธิ์ Free Visa 90 วันได้เหมือนทางอากาศ แต่ต้องเตรียมเอกสารให้พร้อมเผื่อเจ้าหน้าที่ด่านพรมแดนขอดู
Q8: สัญญาจ้างงานต้องทำอย่างไรถ้าจะขอวีซ่าทำงาน?
A8: สัญญาต้องเป็นภาษาสเปน และต้องได้รับการลงนามต่อหน้า Notary Public ในชิลี (นายจ้างเซ็นที่ชิลี แล้วส่งเอกสารมาให้คุณยื่นออนไลน์)
Q9: ถ้าวีซ่าระยะยาวอนุมัติแล้ว ต้องเดินทางภายในกี่วัน?
A9: ต้องเดินทางเข้าชิลีภายใน 90 วัน หลังจากได้รับ E-Visa
Q10: ไปถึงชิลีแล้วต้องทำอะไรถ้าถือวีซ่าระยะยาว?
A10: ต้องไปรายงานตัวและจดทะเบียนวีซ่าที่ PDI และขอทำบัตรประจำตัว (Cédula) ภายใน 30 วันหลังจากไปถึง

บริการขอวีซ่าและแปลเอกสาร โดย i Visa Center Thailand
หากคุณต้องการไปพำนักระยะยาว ทำงาน หรือเรียนต่อที่ชิลี การเตรียมเอกสารและการทำ Apostille เป็นเรื่องซับซ้อน i Visa Center Thailand (iVC) ยินดีดูแลคุณทุกขั้นตอน
✅ บริการของเรา: ราคาค่าบริการเริ่มต้นเพียง 3,500 บาท
- ตรวจสอบเอกสารและให้คำแนะนำเรื่อง Apostille
- บริการแปลเอกสารไทย-สเปน-อังกฤษ
- ช่วยกรอกข้อมูลและยื่นคำร้องผ่านระบบ SERMIG
- ติดตามผลและแก้ไขปัญหาเอกสาร
i Visa Center Thailand พร้อมช่วยให้การยื่นวีซ่าและการแปลเอกสารของคุณเป็นเรื่องง่าย ไม่ยุ่งยากอีกต่อไป ด้วยประสบการณ์และความเชี่ยวชาญของทีมงาน เรามั่นใจว่าจะสามารถตอบโจทย์ความต้องการของคุณได้อย่างครบครัน
หากคุณกำลังมองหาบริการที่ครอบคลุมทั้งการยื่นวีซ่าและการแปลเอกสารที่มีคุณภาพสูงในประเทศไทย i Visa Center Thailand คือคำตอบสำหรับคุณ 🧑🏻💻
📮 ช่องทางติดต่อใช้บริการ
📍 ที่อยู่สำหรับติดต่อ : 61 ซอยลาดพร้าว 95 (ปรางค์ทิพย์) แขวงคลองเจ้าคุณสิงห์ เขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร 10310
📍 สาขาขอนแก่น (โครงการ The Wall) : ชั้น 2 โครงการ The Wall ถนนรื่นรมย์ ตำบลในเมือง อำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น 40000
📍 สาขาอุดรธานี : 31/43 ถนนศรีชมชื่น ตำบลหมากแข้ง อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี 41000
📞 Call Center: 080 557 8887
- Facebook: I Visa Center Thailand
📍 แผนกวีซ่า
📱 Line Official ID: @iVisa (มี @ ข้างหน้า)
📧 Email: contact@ivc.ltd
🌐 Website: http://www.ivisacenter.ltd
📍 แผนกแปลและรับรองเอกสาร
📱 Line Official ID: @NYC168 (มี @ ข้างหน้า)
📧 Email: contact@ilc.ltd
🌐 Website: http://www.nycvisa-translation.com
🏣 เปิดทำการ: วันจันทร์-ศุกร์ เวลา 09:00-18:00 หยุดทุกวันเสาร์ – อาทิตย์







