How To ขอวีซ่าออสเตรีย 2025 เอกสารที่ต้องใช้ กี่วันได้ มีบอกทุกขั้นตอน (อัปเดตใหม่ล่าสุด)
- สารบัญ
- ทำความรู้จักกับวีซ่าออสเตรีย (Austrian Visa) และระบบเชงเก้น (Schengen)
- ประเภทของวีซ่าออสเตรีย (Types of Austrian Visa)
- คุณสมบัติผู้ยื่นขอวีซ่าออสเตรีย
- เอกสารที่ต้องใช้ในการขอวีซ่าออสเตรีย
- ขั้นตอนการขอวีซ่าออสเตรีย
- สถานที่ยื่นขอวีซ่าออสเตรียในประเทศไทย
- ค่าธรรมเนียมการขอวีซ่าออสเตรีย และระยะเวลาในการพิจารณา
- เคล็ดลับการขอวีซ่าออสเตรียให้ผ่านฉลุย
- ปัญหาที่พบบ่อย (FAQ)
- บริการจากผู้เชี่ยวชาญ: ทำไมควรใช้บริการยื่นวีซ่าออสเตรียผ่านมืออาชีพ?
- สรุปภาพรวมและข้อควรระวัง
- แนะนำบริการของเรา: ราคาเริ่มต้นเพียง 3,500 บาท
- เคล็ดลับสุดท้ายก่อนเดินทางไปออสเตรีย
- ส่งท้ายบทความ
- บทความน่ารู้
หากคุณกำลังมีแผนจะเดินทางไปประเทศ ออสเตรีย (Austria) ในปี 2025 ไม่ว่าจะเพื่อท่องเที่ยว เยี่ยมญาติ ติดต่อธุรกิจ หรือศึกษาต่อ การเตรียมตัวด้านเอกสารและการขอวีซ่าอย่างถูกต้องครบถ้วน จะช่วยให้การเดินทางของคุณราบรื่นขึ้นอย่างมาก ปัจจุบัน ประเทศออสเตรียยังคงเป็นหนึ่งในสมาชิกของกลุ่มประเทศเชงเก้น (Schengen Area) ซึ่งหมายความว่า หากคุณได้รับวีซ่าเชงเก้นที่ออกโดยออสเตรีย (ประเภท C) คุณจะสามารถใช้วีซ่าใบนี้เดินทางไปยังประเทศอื่น ๆ ที่อยู่ในเขตเชงเก้นได้ด้วย (สูงสุด 26 ประเทศในยุโรป) ภายใต้เงื่อนไขของประเภทวีซ่าและระยะเวลาที่กำหนด
ในบทความนี้ เราจะมาเจาะลึกทุกประเด็นสำคัญ ไม่ว่าจะเป็น ประเภทของวีซ่าออสเตรีย, เอกสารที่ต้องใช้, ขั้นตอนการขอวีซ่า, สถานที่ยื่นในประเทศไทย, ค่าธรรมเนียมต่าง ๆ, ระยะเวลาการพิจารณา ตลอดจน เคล็ดลับที่ช่วยเพิ่มโอกาสในการได้รับอนุมัติวีซ่า อย่างละเอียดครบทุกขั้นตอน และปิดท้ายด้วยข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับบริการจาก i Visa Center Thailand ที่พร้อมช่วยจัดการเรื่องเอกสาร วีซ่า และงานแปลได้อย่างมีคุณภาพสูง ครบถ้วนทุกความต้องการ
ข้อมูลอัปเดตล่าสุดวันที่ 9 มกราคม 2568

ทำความรู้จักกับวีซ่าออสเตรีย (Austrian Visa) และระบบเชงเก้น (Schengen)
ออสเตรียตั้งอยู่ในภูมิภาคยุโรปตอนกลาง (Central Europe) ติดกับประเทศเยอรมนี เช็ก ฮังการี สโลวาเกีย สโลวีเนีย อิตาลี และสวิตเซอร์แลนด์ ภูมิประเทศส่วนใหญ่มีเทือกเขาแอลป์ (Alps) ที่สวยงามเป็นแบ็กกราวด์ เมืองหลวง คือ “เวียนนา” (Vienna) เป็นเมืองที่มีเอกลักษณ์ด้านศิลปวัฒนธรรม การดนตรี และสถาปัตยกรรมที่สง่างาม ออสเตรียยังเป็นบ้านเกิดของศิลปินและนักประพันธ์ดนตรีชื่อก้องโลกอย่างโมสาร์ท (Mozart) นอกจากนี้ เมืองอื่น ๆ เช่น ซาลซ์บูร์ก (Salzburg) อินส์บรุค (Innsbruck) ก็มีเสน่ห์ไม่แพ้กัน ทำให้ออสเตรียได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวทั่วโลกมาช้านาน
ด้วยความที่ออสเตรียเป็นหนึ่งในประเทศสมาชิกของเขตเชงเก้น (Schengen Area) ซึ่งมีการลงนามข้อตกลงเรื่องการเดินทางระหว่างประเทศสมาชิกทั้งหมด 26 ประเทศในยุโรป (เช่น เยอรมนี ฝรั่งเศส อิตาลี สเปน เบลเยียม เนเธอร์แลนด์ ฯลฯ) การได้รับวีซ่าเชงเก้นที่ออกโดยออสเตรีย (Schengen Visa Type C) จึงอนุญาตให้ผู้ถือวีซ่าสามารถเดินทางท่องเที่ยวหรือเดินทางธุระสั้น ๆ ภายในเขตเชงเก้นได้ถึง 90 วันในช่วง 180 วัน ถือเป็นความสะดวกสบายสำหรับผู้ที่ต้องการเดินทางข้ามหลายประเทศในทริปเดียว

อย่างไรก็ดี หากคุณต้องการพำนักในออสเตรียนานกว่า 90 วัน ไม่ว่าจะเพื่อเรียนต่อหรือทำงาน คุณอาจต้องทำความเข้าใจเกี่ยวกับวีซ่าประเภท D หรือ National Visa ของออสเตรีย ซึ่งมีเงื่อนไขพิเศษและเอกสารที่ซับซ้อนยิ่งขึ้น การเตรียมตัวล่วงหน้าและหาข้อมูลอย่างถูกต้องจึงเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่ง
ประเภทของวีซ่าออสเตรีย (Types of Austrian Visa)
การขอวีซ่าออสเตรีย แบ่งออกได้หลายประเภทตามวัตถุประสงค์ของการเดินทาง ดังนี้
- วีซ่าท่องเที่ยว (Tourist Visa)
- เป็นวีซ่าระยะสั้น (ประเภท C) สำหรับผู้ที่ต้องการไปท่องเที่ยว พักผ่อน ชื่นชมสถานที่ทางประวัติศาสตร์ สถาปัตยกรรม หรือร่วมกิจกรรมต่าง ๆ ในออสเตรียและกลุ่มประเทศเชงเก้น
- ผู้ถือวีซ่าประเภทนี้สามารถอยู่ในพื้นที่เชงเก้นได้ไม่เกิน 90 วัน ในช่วงเวลา 180 วัน (อาจเป็น Single Entry หรือ Multiple Entry ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของสถานทูต)
- วีซ่าธุรกิจ (Business Visa)
- สำหรับผู้ที่ต้องการเดินทางไปเพื่อติดต่อธุรกิจ พบปะลูกค้า ประชุม สัมมนา หรือเจรจาทางการค้าในออสเตรีย
- มีระยะเวลาพำนักไม่เกิน 90 วันเช่นเดียวกับวีซ่าท่องเที่ยว แต่จะต้องมีจดหมายเชิญ (Letter of Invitation) จากบริษัทหรือองค์กรในออสเตรีย และเอกสารรับรองจากบริษัทต้นสังกัดในประเทศไทย
- วีซ่าเยี่ยมเยียน (Visiting Family & Friends)
- เหมาะสำหรับผู้ที่มีญาติหรือเพื่อนอาศัยอยู่ในออสเตรีย และต้องการเดินทางไปเยี่ยม
- ต้องมีจดหมายเชิญ (Invitation Letter) และหลักฐานแสดงความสัมพันธ์ เช่น สูติบัตร ทะเบียนสมรส ทะเบียนบ้าน หรือเอกสารอื่น ๆ ที่เชื่อมโยงกับผู้เชิญ
- วีซ่านักเรียน/นักศึกษา (Student Visa)
- ใช้สำหรับผู้ที่ต้องการไปเรียนในสถาบันการศึกษาในออสเตรีย
- หากหลักสูตรมีระยะเวลาไม่เกิน 90 วัน สามารถขอวีซ่าเชงเก้นประเภท C ได้ แต่ถ้าเกิน 90 วัน ต้องขอวีซ่าประเภท D (Long-Stay Visa)
- ต้องมีหนังสือตอบรับจากสถาบันการศึกษา (Letter of Acceptance) และหลักฐานทางการเงินที่เพียงพอ
- วีซ่าทำงาน (Work Visa)
- สำหรับผู้ที่ต้องการไปทำงานในออสเตรีย ต้องมีสัญญาจ้างงานจากบริษัทในออสเตรียที่ถูกต้องตามกฎหมาย และปฏิบัติตามเงื่อนไขของแรงงานออสเตรีย
- บางกรณีอาจต้องประสานงานกับกรมแรงงานของออสเตรีย (AMS) เพื่อขอใบอนุญาตทำงาน (Work Permit)
- วีซ่าพำนักระยะยาว (Long-Stay Visa / D Visa)
- ใช้สำหรับผู้ที่ต้องการอยู่ในออสเตรียเกิน 90 วัน แต่ไม่เกิน 6 เดือน เช่น เพื่อการเรียน การฝึกงาน การอบรม หรือบางกรณีของการรวมครอบครัว (Family Reunification) ที่อยู่ในช่วงดำเนินการ
- เงื่อนไขการขอวีซ่า D ค่อนข้างซับซ้อน จำเป็นต้องมีเอกสารเพิ่มเติมเฉพาะทาง จึงต้องตรวจสอบข้อมูลจากสถานทูตออสเตรียโดยตรง

คุณสมบัติผู้ยื่นขอวีซ่าออสเตรีย
แม้ว่าจะมีความแตกต่างด้านเอกสารและเงื่อนไขตามประเภทวีซ่า แต่โดยหลักการทั่วไปแล้ว สถานทูตออสเตรียจะพิจารณาจากเกณฑ์ต่อไปนี้
- ความชัดเจนของวัตถุประสงค์ในการเดินทาง
- จำเป็นต้องระบุให้ชัดเจนว่าจะไปทำอะไร ท่องเที่ยว ธุรกิจ ศึกษา เยี่ยมเยียน หรืออื่น ๆ เพื่อให้สถานทูตสามารถประเมินได้ว่าตรงกับประเภทวีซ่าที่คุณขอหรือไม่
- ความเพียงพอของหลักฐานทางการเงิน
- สถานทูตจะพิจารณาว่าคุณมีความสามารถในการรับผิดชอบค่าใช้จ่ายตลอดการพำนักในออสเตรียหรือไม่
- Bank Statement ควรมีความเคลื่อนไหวสม่ำเสมอและมียอดคงเหลือเพียงพอต่อระยะเวลาที่คุณจะอยู่ในประเทศ
- หลักฐานยืนยันที่พัก
- เอกสารการจองโรงแรม หรือจดหมายเชิญที่มีระบุว่าจะพักอาศัยกับเจ้าบ้านในออสเตรีย
- ประกันสุขภาพการเดินทาง
- ต้องครอบคลุมขั้นต่ำ 30,000 ยูโร (ประมาณ 1.2 ล้านบาท) ตามข้อกำหนดของวีซ่าเชงเก้น
- ควรตรวจสอบคุณสมบัติการคุ้มครองที่ครอบคลุมค่ารักษาพยาบาลและการส่งตัวกลับประเทศในกรณีฉุกเฉิน
- ความเชื่อมโยงในประเทศต้นทาง
- สถานทูตต้องมั่นใจว่าคุณมีความผูกพันในประเทศไทย เช่น มีงานประจำ มีครอบครัว มีทรัพย์สิน หรือภาระอื่น ๆ ที่ต้องกลับมารับผิดชอบ เพื่อป้องกันความเสี่ยงในการอยู่เกินกำหนด

เอกสารที่ต้องใช้ในการขอวีซ่าออสเตรีย
- หนังสือเดินทาง (Passport)
- อายุคงเหลือไม่น้อยกว่า 3 เดือน หลังวันเดินทางกลับจากกลุ่มประเทศเชงเก้น
- มีหน้าเหลือว่างอย่างน้อย 2 หน้า
- สำเนาหน้าข้อมูลหนังสือเดินทาง และหน้าที่เคยมีวีซ่าเชงเก้น หรือวีซ่าอื่น ๆ (ถ้ามี)
- แบบฟอร์มคำร้องขอวีซ่า
- กรอกทางออนไลน์หรือดาวน์โหลดและพิมพ์ออกมา กรอกให้ครบถ้วน เซ็นชื่อให้เรียบร้อย
- รูปถ่ายตามข้อกำหนด
- ขนาด 35 x 45 มม. พื้นหลังสีขาว ถ่ายไม่เกิน 6 เดือน
- ควรตรวจสอบข้อกำหนดล่าสุดจากเว็บไซต์สถานทูตหรือศูนย์รับคำร้อง
- สำเนาบัตรประชาชน / ทะเบียนบ้าน
- ฉบับถ่ายเอกสาร แปลเป็นภาษาอังกฤษ (ถ้าสถานทูตกำหนด) เพื่อยืนยันตัวตน
- เอกสารการเงิน
- Bank Statement ย้อนหลัง 3-6 เดือน และหนังสือรับรองจากธนาคาร (Bank Certificate)
- หากมีสปอนเซอร์ (Sponsor) เป็นผู้รับรองค่าใช้จ่าย ต้องมีหนังสือยืนยันพร้อมหลักฐานการเงินของผู้สนับสนุน
- หลักฐานการทำงาน
- กรณีเป็นพนักงานประจำ: หนังสือรับรองการทำงาน (Employment Certificate) หรือสลิปเงินเดือน (Payslips)
- กรณีเป็นเจ้าของธุรกิจ: หนังสือรับรองบริษัท, หลักฐานการเสียภาษี, รายงานงบการเงิน (ถ้ามี)
- กรณีเป็นนักเรียน/นักศึกษา: หนังสือรับรองสถานะการเป็นนักศึกษา (Certificate of Enrollment) หรือบัตรนักศึกษา
- เอกสารการจองที่พักและตั๋วเครื่องบิน
- การจองโรงแรม หรือที่พักอื่น ๆ ตลอดการเดินทาง
- ใบจองตั๋วเครื่องบิน (ไม่จำเป็นต้องซื้อตั๋วจริงก่อน หากสถานทูตยอมรับเพียงใบจอง)
- ประกันสุขภาพการเดินทาง
- ควรซื้อจากบริษัทประกันที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล ครอบคลุมค่ารักษาพยาบาล และค่าขนส่งผู้ป่วย
- วงเงินคุ้มครองอย่างน้อย 30,000 ยูโร
- เอกสารเพิ่มเติมตามประเภทวีซ่า
- วีซ่าธุรกิจ: จดหมายเชิญจากบริษัทในออสเตรีย, หนังสือรับรองการทำงาน
- วีซ่าเยี่ยมเยียน: จดหมายเชิญจากญาติหรือเพื่อน, หลักฐานยืนยันความสัมพันธ์
- วีซ่านักเรียน/นักศึกษา: จดหมายตอบรับจากสถาบัน, หลักฐานการชำระเงินค่าลงทะเบียน (ถ้ามี)
- วีซ่าทำงาน: สัญญาจ้างงาน หนังสือรับรองจากนายจ้างในออสเตรีย ฯลฯ

ขั้นตอนการขอวีซ่าออสเตรีย
- ศึกษาประเภทวีซ่าที่ต้องการ
- ตรวจสอบว่าวัตถุประสงค์ในการเดินทางของคุณตรงกับประเภทวีซ่าใด (ท่องเที่ยว ธุรกิจ เยี่ยมเยียน ฯลฯ)
- เตรียมเอกสารให้ครบถ้วน
- รวบรวมเอกสารทุกอย่างตามรายการข้างต้น จัดเรียงเป็นหมวดหมู่ให้สะดวกต่อการตรวจสอบ
- กรอกแบบฟอร์มออนไลน์
- เข้าไปยังเว็บไซต์ของสถานทูตออสเตรีย หรือผู้ให้บริการรับคำร้อง (เช่น VFS Global) เพื่อกรอกแบบฟอร์มวีซ่า
- ตรวจสอบข้อมูลส่วนตัวให้ถูกต้อง โดยเฉพาะชื่อ-นามสกุล และเลขที่หนังสือเดินทาง
- จองคิวยื่นเอกสาร (Appointment)
- เมื่อกรอกข้อมูลครบแล้ว ให้จองวันและเวลาที่สะดวกในการเข้ายื่นเอกสาร ทั้งนี้ควรเผื่อเวลาอย่างน้อย 3-4 สัปดาห์ในช่วงไฮซีซัน
- เดินทางไปยื่นเอกสาร
- นำเอกสารทั้งหมดไปยื่นที่ศูนย์รับคำร้อง (เช่น VFS Global) หรือสถานทูตออสเตรียตามที่คุณได้นัดหมายไว้
- จัดเตรียมเงินสดหรือบัตรเครดิต/เดบิตเพื่อชำระค่าธรรมเนียม
- สแกนลายนิ้วมือและถ่ายภาพ (Biometrics)
- ผู้ที่ขอวีซ่าเชงเก้นส่วนใหญ่ต้องเก็บข้อมูลไบโอเมตริกซ์ ยกเว้นผู้ที่เคยเก็บภายใน 59 เดือนที่ผ่านมา
- ชำระค่าธรรมเนียม
- ค่าธรรมเนียมวีซ่าจะอยู่ที่ประมาณ 80 ยูโร สำหรับผู้ใหญ่ (ประเภท C)
- เด็กอายุ 6-12 ปี ชำระ 40 ยูโร / เด็กอายุต่ำกว่า 6 ปี ฟรี
- นอกจากนี้ยังมีค่าบริการของศูนย์รับคำร้อง (Service Fee) ประมาณ 600-900 บาท แล้วแต่ผู้ให้บริการ
- รอติดตามผล
- ปกติจะใช้เวลาพิจารณา 15 วันทำการ (สำหรับเชงเก้นวีซ่า) แต่ในบางกรณีอาจถึง 30-60 วันหากมีการตรวจสอบเชิงลึก
- เมื่อวีซ่าอนุมัติ คุณจะได้รับสติกเกอร์วีซ่าติดในหนังสือเดินทาง

สถานที่ยื่นขอวีซ่าออสเตรียในประเทศไทย
- สถานทูตออสเตรียประจำประเทศไทย
มักจะเป็นที่ยื่นสำหรับวีซ่าประเภทพิเศษ หรือต้องติดต่อเรื่องอื่นควบคู่ไป เช่น วีซ่าระยะยาว (D Visa) หรือการติดต่อธุรการบางอย่าง - ศูนย์รับคำร้องขอวีซ่า (เช่น VFS Global)
มีสำนักงานหลักที่กรุงเทพฯ และบางครั้งอาจมีสาขาในจังหวัดอื่น ๆ ตรวจสอบจากเว็บไซต์ VFS Global หรือสอบถาม Call Center เพื่อเช็กตำแหน่งสาขาที่เปิดให้บริการ - ตัวแทน (Agency)
หากคุณไม่สะดวกดำเนินการเองตั้งแต่ต้น อาจใช้บริการผ่านตัวแทนซึ่งจะช่วยตรวจเอกสาร จองคิว และดูแลขั้นตอนต่าง ๆ แต่ผู้ยื่นยังคงต้องไปแสดงตัวและเก็บข้อมูลไบโอเมตริกซ์ด้วยตนเองตามกฎหมาย
ค่าธรรมเนียมการขอวีซ่าออสเตรีย และระยะเวลาในการพิจารณา
- ค่าธรรมเนียมสถานทูต (Visa Fee)
- วีซ่าประเภท C (ท่องเที่ยว ธุรกิจ เยี่ยมเยียน) : 80 ยูโร
- เด็กอายุ 6-12 ปี : 40 ยูโร
- เด็กอายุต่ำกว่า 6 ปี : ฟรี
- วีซ่าระยะยาว (D Visa) : 150-200 ยูโร (ควรเช็กกับสถานทูต)
- ค่าธรรมเนียมของศูนย์รับคำร้อง (Service Fee)
- ประมาณ 600-900 บาท ขึ้นอยู่กับผู้ให้บริการ และพื้นที่
- ค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมอื่น ๆ
- ค่าประกันสุขภาพการเดินทาง (ผู้ขอต้องซื้อเอง)
- ค่าไปรษณีย์ส่งหนังสือเดินทางกลับ (กรณีไม่สะดวกไปรับด้วยตนเอง)
- ค่าเอกสารแปล (กรณีที่ต้องแปลเป็นภาษาอังกฤษหรือเยอรมัน)
- ระยะเวลาการพิจารณา
- วีซ่าท่องเที่ยว/ธุรกิจ/เยี่ยมเยียน (ประเภท C) : 15 วันทำการ (โดยเฉลี่ย)
- ช่วงไฮซีซันหรือกรณีเอกสารซับซ้อน อาจใช้เวลาถึง 30-60 วัน
- วีซ่าระยะยาว (D Visa) : อาจนานได้ถึง 2-3 เดือน
เคล็ดลับการขอวีซ่าออสเตรียให้ผ่านฉลุย
- วางแผนล่วงหน้า
- ควรเริ่มดำเนินการขอวีซ่าอย่างน้อย 1-2 เดือนก่อนวันเดินทาง โดยเฉพาะช่วงไฮซีซันที่มีผู้ยื่นขอเยอะ
- ตรวจสอบเอกสารอย่างละเอียด
- เอกสารทุกฉบับควรเป็นปัจจุบัน มีชื่อสะกดตรงกับหนังสือเดินทาง แปลอย่างถูกต้องตามหลักเกณฑ์
- Bank Statement น่าเชื่อถือ
- ยอดเงินในบัญชีควรเพียงพอครอบคลุมค่าใช้จ่าย และมีการเคลื่อนไหวอย่างสมเหตุสมผล
- แผนการท่องเที่ยวชัดเจน
- ในกรณีท่องเที่ยว คุณควรมีแผนท่องเที่ยว (Travel Itinerary) ระบุสถานที่ วันที่ และกิจกรรมอย่างละเอียด เพื่อแสดงความตั้งใจจริง
- ยื่นเอกสารเท็จถือเป็นความผิดร้ายแรง
- หากมีการตรวจพบอาจถูกปฏิเสธโดยทันที และอาจมีผลในระยะยาวต่อการขอวีซ่าเชงเก้นครั้งถัดไป
- ไม่มีเจตนาอยู่เกินกำหนด
- สถานทูตต้องการหลักฐานว่าคุณมีความผูกพันในประเทศต้นทาง เช่น งานประจำ ทรัพย์สิน หรือครอบครัว เพื่อสร้างความมั่นใจว่าจะกลับประเทศภายในกำหนด

ปัญหาที่พบบ่อย (FAQ)
- เคยถูกปฏิเสธวีซ่าจากประเทศเชงเก้นอื่น ๆ จะมีปัญหาหรือไม่?
- มีโอกาสที่สถานทูตออสเตรียจะตรวจสอบประวัติ แต่หากคุณปรับปรุงแก้ไขข้อบกพร่องในเอกสารหรือเจตนาเดินทางแล้ว ก็ยังมีโอกาสได้รับอนุมัติได้
- ต้องจองตั๋วเครื่องบินก่อนยื่นวีซ่าหรือไม่?
- ส่วนใหญ่สามารถใช้เอกสาร “ใบจองตั๋ว (Reservation)” ได้ โดยไม่ต้องซื้อตั๋วจริงล่วงหน้า เพื่อลดความเสี่ยงทางการเงิน
- จำเป็นต้องซื้อประกันสุขภาพการเดินทางจากบริษัทในยุโรปเท่านั้นหรือไม่?
- ไม่จำเป็น แต่ต้องมั่นใจว่าประกันนั้นคุ้มครองครบตามเกณฑ์ที่กำหนด (30,000 ยูโร) และมีเครือข่ายรองรับในยุโรป
- ต้องแสดงรายการเคลื่อนไหวในบัญชีของสปอนเซอร์ด้วยหรือไม่ ถ้าไม่ใช่ผู้จ่ายค่าใช้จ่ายเอง?
- จำเป็นต้องแนบ Bank Statement ของผู้สนับสนุนพร้อมจดหมายยืนยันความสัมพันธ์ เพื่อสถานทูตจะได้มั่นใจว่ามีผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายจริง
- หลังได้รับวีซ่าแล้ว สามารถเปลี่ยนแปลงแผนการเดินทางได้หรือไม่?
- สามารถเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยได้ หากไม่กระทบสาระสำคัญ เช่น จำนวนวันที่พำนัก ประเทศหลักที่ต้องเดินทางไป แต่หากมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ อาจต้องแจ้งสถานทูตเพิ่มเติม
บริการจากผู้เชี่ยวชาญ ทำไมควรใช้บริการยื่นวีซ่าออสเตรียผ่านมืออาชีพ?
การยื่นวีซ่าออสเตรียด้วยตนเอง แม้จะทำได้ แต่บางครั้งอาจประสบปัญหาเอกสารไม่ครบหรือผิดรูปแบบ ทำให้เสียเวลาและค่าใช้จ่ายเพิ่ม บริการจากมืออาชีพและเอเจนซี่ที่มีประสบการณ์จะช่วยตรวจสอบเอกสาร แนะนำขั้นตอน ช่วยแก้ไขจุดบกพร่อง และจองคิวยื่นเอกสารอย่างเป็นระบบ นอกจากนี้ ยังช่วยประเมินความเสี่ยงและให้คำแนะนำเฉพาะทางในกรณีที่มีความซับซ้อน เช่น วีซ่าทำงาน วีซ่านักเรียน หรือกรณีเคยถูกปฏิเสธมาก่อน
จุดเด่นของการใช้บริการเอเจนซี่ / ที่ปรึกษาด้านวีซ่า
- ประหยัดเวลา: ไม่ต้องเรียนรู้ทุกขั้นตอนเอง ลดความสับสน และไม่เสียเวลาวิ่งเอกสารหลายรอบ
- ลดความเสี่ยงเอกสารผิดพลาด: ทีมงานมืออาชีพจะตรวจสอบความครบถ้วนและความถูกต้องของเอกสาร
- ติดตามสถานะใกล้ชิด: มีระบบแจ้งเตือนและอัปเดตกระบวนการพิจารณาวีซ่า
- คำแนะนำเชิงลึก: หากมีกรณีเฉพาะ เช่น ต้องยื่นวีซ่าครอบครัว ต้องยื่นเอกสารทับซ้อนกับหน่วยงานอื่น ฯลฯ ผู้เชี่ยวชาญจะให้คำตอบได้อย่างตรงจุด

สรุปภาพรวมและข้อควรระวัง
- การเตรียมตัวเป็นกุญแจสำคัญ: การวางแผนล่วงหน้าและเตรียมเอกสารให้ครบ เป็นวิธีที่ดีที่สุดในการเพิ่มโอกาสอนุมัติวีซ่า
- ตรวจสอบข้อมูลจากแหล่งทางการ: ข้อมูลอาจมีการเปลี่ยนแปลงทุกปี โดยเฉพาะช่วงหลังโควิด-19 หรือช่วงที่มีนโยบายใหม่ ๆ
- อย่าเสี่ยงในการให้ข้อมูลเท็จ: นอกจากจะถูกปฏิเสธวีซ่าแล้ว ยังมีผลกระทบต่อการขอวีซ่ารอบถัดไปทั้งกับออสเตรียและประเทศเชงเก้นอื่น ๆ
- เผื่อเวลาอย่างเพียงพอ: สถานทูตส่วนใหญ่แนะนำให้ยื่นคำร้องล่วงหน้าสูงสุด 6 เดือน และไม่ควรต่ำกว่า 15 วันก่อนเดินทาง เพราะอาจไม่ทัน
- ถ้ายื่นเองไม่ไหว ให้มืออาชีพช่วย: การใช้บริการของผู้เชี่ยวชาญด้านวีซ่าจะช่วยประหยัดเวลา และเพิ่มความมั่นใจในการยื่นเอกสาร
แนะนำบริการของเรา ราคาเริ่มต้นเพียง 3,500 บาท
นอกจากบทความวิธีขอวีซ่าออสเตรียที่จัดเต็มทุกรายละเอียดแล้ว หากคุณต้องการความช่วยเหลือเพิ่มเติม ไม่ว่าจะเป็นการตรวจเอกสาร, คำแนะนำเฉพาะกรณี, การจองคิว, การทำประกันสุขภาพการเดินทาง, การแปลเอกสาร, หรือแม้แต่ติดตามผล เราขอแนะนำ แพ็กเกจบริการที่ครอบคลุมของเรา ซึ่งมีค่าบริการเริ่มต้นเพียง 3,500 บาท (ยังไม่รวมค่าธรรมเนียมสถานทูตและค่าบริการของศูนย์รับคำร้อง)
สิ่งที่คุณจะได้รับเมื่อใช้บริการมืออาชีพ
- การตรวจสอบเอกสารอย่างละเอียด พร้อมคำแนะนำในการปรับปรุงหากจำเป็น
- การกรอกฟอร์มและจองคิวยื่นเอกสารให้
- คำปรึกษาเกี่ยวกับการเตรียมตัวสัมภาษณ์ (ถ้ามี)
- การติดตามผลและแจ้งเตือนลูกค้าอย่างต่อเนื่อง
- คำแนะนำเกี่ยวกับการเดินทางและเอกสารอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
ทำไมถึงคุ้มค่า?
- ประหยัดทั้งเวลาและลดค่าใช้จ่ายกรณีเอกสารผิดพลาด
- เพิ่มโอกาสอนุมัติ เพราะเราช่วยตรวจจุดบกพร่องก่อนยื่นจริง
- ได้ข้อมูลอัปเดตตลอดเวลา จากทีมงานที่คอยติดตามสถานการณ์และกฎเกณฑ์การขอวีซ่าอย่างใกล้ชิด
เคล็ดลับสุดท้ายก่อนเดินทางไปออสเตรีย
- ตรวจสอบสภาพอากาศ: ออสเตรียมีฤดูกาลที่แตกต่างชัดเจน ฤดูหนาวอากาศจะหนาวเย็นและหิมะตก โดยเฉพาะพื้นที่ภูเขา
- เตรียมชุดแต่งกายให้เหมาะสม: หากคุณไปฤดูหนาว ควรมีเสื้อกันหนาว ถุงมือ และรองเท้ากันลื่นอย่างเหมาะสม
- ศึกษาเส้นทางการเดินทางในเมือง: เวียนนาและเมืองใหญ่ ๆ อื่น มีระบบขนส่งสาธารณะที่ครอบคลุม เช่น รถไฟใต้ดิน (U-Bahn), รถบัส, รถราง (Tram) คุณจะเดินทางได้สะดวกขึ้นหากมีการวางแผนล่วงหน้า
- มารยาทสังคม: ชาวออสเตรียให้ความสำคัญกับความเรียบร้อย ตรงต่อเวลา และเคารพสถานที่สาธารณะ
- ลองชิมอาหารท้องถิ่น: Wiener Schnitzel (หมูหรือเนื้อติดแป้งทอด), Sachertorte (เค้กช็อกโกแลตขึ้นชื่อ), Apple Strudel (พายแอปเปิล) ถือเป็นเมนูห้ามพลาด
สรุป
การขอวีซ่าออสเตรียในปี 2025 แม้ขั้นตอนอาจดูซับซ้อนในครั้งแรก แต่หากคุณศึกษาและเตรียมเอกสารอย่างรอบคอบ โอกาสที่จะได้รับการอนุมัติก็สูงขึ้นอย่างมาก ความได้เปรียบอย่างหนึ่งในการขอวีซ่าออสเตรีย คือ เมื่อได้วีซ่าประเภท C (เชงเก้น) แล้ว คุณจะสามารถเดินทางไปยังประเทศอื่น ๆ ในกลุ่มเชงเก้นได้ด้วย ทำให้การเดินทางรอบยุโรปเป็นเรื่องง่ายขึ้นหลายเท่า
ทั้งนี้ หากคุณยังไม่มั่นใจ หรือต้องการความช่วยเหลือแบบมืออาชีพในการยื่นวีซ่า การแปลเอกสาร หรือบริการอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ขอแนะนำให้ติดต่อ i Visa Center Thailand ซึ่งเป็นศูนย์บริการด้านวีซ่าและการแปลครบวงจร ที่มีทีมงานมากประสบการณ์ สามารถช่วยให้กระบวนการขอวีซ่าของคุณราบรื่นและเป็นไปได้อย่างง่ายดายกว่าเดิม
i Visa Center Thailand พร้อมช่วยให้การยื่นวีซ่าและการแปลเอกสารของคุณเป็นเรื่องง่าย ไม่ยุ่งยากอีกต่อไป ด้วยประสบการณ์และความเชี่ยวชาญของทีมงาน เรามั่นใจว่าจะสามารถตอบโจทย์ความต้องการของคุณได้อย่างครบครัน
หากคุณกำลังมองหาบริการที่ครอบคลุมทั้งการยื่นวีซ่าและการแปลเอกสารที่มีคุณภาพสูงในประเทศไทย i Visa Center Thailand คือคำตอบสำหรับคุณ 🧑🏻💻
📮 ช่องทางติดต่อใช้บริการ
📍 ที่อยู่สำหรับติดต่อ : 61 ซอยลาดพร้าว 95 (ปรางค์ทิพย์) แขวงคลองเจ้าคุณสิงห์ เขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร 10310
📍 สาขาขอนแก่น (โครงการ The Wall) : ชั้น 2 โครงการ The Wall ถนนรื่นรมย์ ตำบลในเมือง อำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น 40000
📍 สาขาอุดรธานี : 31/43 ถนนศรีชมชื่น ตำบลหมากแข้ง อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี 41000
📞 Call Center: 080 557 8887
- Facebook: I Visa Center Thailand
📍 แผนกวีซ่า
📱 Line Official ID: @iVisa (มี @ ข้างหน้า)
📧 Email: contact@ivc.ltd
🌐 Website: http://www.ivisacenter.ltd
📍 แผนกแปลและรับรองเอกสาร
📱 Line Official ID: @NYC168 (มี @ ข้างหน้า)
📧 Email: contact@ilc.ltd
🌐 Website: http://www.nycvisa-translation.com
🏣 เปิดทำการ: วันจันทร์-ศุกร์ เวลา 09:00-18:00 หยุดทุกวันเสาร์ – อาทิตย์







