คู่มือขอวีซ่าออสเตรเลีย 2025 กี่วันได้ ยื่นยังไง (อัปเดตใหม่ล่าสุด)
- สารบัญ
- ภาพรวมการเดินทางและระบบวีซ่าออสเตรเลีย
- ประเภทของวีซ่าออสเตรเลีย
- เอกสารที่ต้องใช้
- ขั้นตอนการยื่นขอวีซ่าออสเตรเลีย
- สถานที่ยื่นวีซ่าและช่องทางสมัคร
- ระยะเวลาในการดำเนินการ
- ค่าใช้จ่ายและค่าธรรมเนียม
- บริการจาก i Visa Center Thailand — ราคาเริ่มต้นเพียง 3,500 บาท
- FAQ คำถามที่พบบ่อย
- เคล็ดลับการขอวีซ่าออสเตรเลียให้ผ่านง่าย
- ติดต่อทีมงาน i Visa Center Thailand
- สรุป
ออสเตรเลีย (Australia) เป็นประเทศที่ได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักเดินทาง ไม่ว่าจะเป็นเพื่อ ท่องเที่ยว ศึกษาต่อ ทำงาน หรือเยี่ยมเยียนครอบครัวและเพื่อนฝูง ด้วยความหลากหลายทางภูมิศาสตร์ วัฒนธรรม และคุณภาพชีวิตที่สูง ทำให้ออสเตรเลียยังคงดึงดูดผู้คนจากทั่วโลกอยู่เสมอ แม้จะมีความเข้มงวดด้านการตรวจคนเข้าเมือง แต่หากเข้าใจขั้นตอนและเอกสารที่ต้องใช้ ก็จะช่วยให้การขอวีซ่าออสเตรเลียเป็นไปอย่างราบรื่นและผ่านง่ายขึ้น
ในบทความนี้ เราจะพาทุกท่านไปเจาะลึก “คู่มือขอวีซ่าออสเตรเลีย 2025 กี่วันได้ ยื่นยังไง (อัปเดตใหม่ล่าสุด)” ซึ่งอ้างอิงจากข้อมูลปัจจุบันของกระทรวงมหาดไทยออสเตรเลีย (Department of Home Affairs) ตลอดจนแนวปฏิบัติและประสบการณ์จากผู้เชี่ยวชาญด้านวีซ่าโดยตรง เราจะพยายามครอบคลุมเนื้อหาทุกส่วนสำคัญให้ครบถ้วนมากที่สุด เพื่อให้คุณพร้อมสำหรับการยื่นขอวีซ่าออสเตรเลียในปี 2025 อย่างมั่นใจ

เพื่อให้ได้รายละเอียดเชิงลึกและข้อมูลที่ครบถ้วน เราจะจัดเรียงเนื้อหาเป็นหัวข้อย่อยต่าง ๆ และบทความนี้มีความยาวมากกว่า 5,000 คำ รองรับการทำ SEO และเป็น “ไกด์” ที่สมบูรณ์ที่สุดสำหรับการขอวีซ่าออสเตรเลียในปี 2025
ภาพรวมการเดินทางและระบบวีซ่าออสเตรเลีย
ทำความรู้จักออสเตรเลีย
ออสเตรเลียเป็นประเทศที่ตั้งอยู่ในซีกโลกใต้ มีภูมิประเทศขนาดใหญ่และหลากหลาย ตั้งแต่ชายหาดที่สวยงาม ปะการังที่ยิ่งใหญ่ระดับโลก เช่น Great Barrier Reef ไปจนถึงอุทยานแห่งชาติที่กว้างใหญ่ในเขต Outback อีกทั้งยังมีเมืองใหญ่ที่มีชีวิตชีวา เช่น ซิดนีย์ (Sydney) เมลเบิร์น (Melbourne) บริสเบน (Brisbane) และเพิร์ท (Perth) วัฒนธรรมออสซี่ผสมผสานกลิ่นอายจากชนพื้นเมืองอะบอริจิน (Aboriginal) และอิทธิพลของชาวยุโรป เอเชีย ตะวันออกกลาง และทั่วโลกที่เข้ามาอาศัยอยู่ ทำให้ออสเตรเลียเป็นสังคมที่มีความหลากหลายและมีความเป็นสากลสูง

ระบบการตรวจคนเข้าเมืองและวีซ่า
การเดินทางเข้าออสเตรเลีย จำเป็นต้องมีวีซ่า หรือสิทธิ์พิเศษอื่น ๆ (สำหรับบางประเทศที่เข้าร่วมโครงการ eVisitor หรือ ETA) สำหรับคนไทยนั้น แม้ไม่มีนโยบายยกเว้นวีซ่า (Visa Exemption) กับออสเตรเลีย แต่ก็สามารถขอวีซ่าได้หลายรูปแบบตามวัตถุประสงค์การเดินทาง ซึ่งกำกับดูแลโดย Department of Home Affairs ของออสเตรเลีย
แนวโน้มในปี 2025
ในปี 2023-2024 ที่ผ่านมา ออสเตรเลียเริ่มมีการปรับปรุงกฎเกณฑ์ด้านวีซ่า อาทิ การผ่อนปรนบางเงื่อนไขหลังโควิด-19 และการเน้นใช้เทคโนโลยีเพื่อเร่งกระบวนการพิจารณาวีซ่า อย่างไรก็ตาม ก็ยังคงมีความเข้มงวดเรื่องความปลอดภัยและความซื่อสัตย์ของข้อมูลผู้ยื่นสมัคร ผู้ที่จะขอวีซ่าในปี 2025 จึงควรเตรียมเอกสารอย่างครบถ้วนและตรวจสอบข้อมูลให้ถูกต้อง เพื่อให้มีโอกาสได้รับอนุมัติสูงขึ้น

ประเภทของวีซ่าออสเตรเลีย
ระบบวีซ่าออสเตรเลียมีมากมายหลายประเภท ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์และระยะเวลาการพำนัก ด้านล่างคือประเภทวีซ่าหลัก ๆ ที่คนไทยนิยมขอกัน
Visitor Visa (subclass 600)
- ระยะเวลาพำนัก: สูงสุด 3, 6, หรือ 12 เดือน
- วัตถุประสงค์หลัก: การท่องเที่ยว เยี่ยมเพื่อน/ครอบครัว เข้าร่วมกิจกรรมสั้น ๆ (เช่น ประชุม วิชาการ) ที่ไม่ใช่การทำงานแบบรับค่าจ้าง
- หมายเหตุ: ทำงานไม่ได้ แต่สามารถเข้าอบรมระยะสั้นได้ไม่เกิน 3 เดือน
Working Holiday Visa (subclass 417 / 462)
- ระยะเวลาพำนัก: สูงสุด 12 เดือน
- วัตถุประสงค์หลัก: เปิดโอกาสให้คนหนุ่มสาวที่มีอายุระหว่าง 18-30 ปี (หรือ 18-35 ปี สำหรับบางประเทศ) ได้เดินทางท่องเที่ยวและทำงานพาร์ทไทม์เพื่อหารายได้เสริม
- หมายเหตุ: มีโควต้าและเงื่อนไขเฉพาะสำหรับแต่ละประเทศ ต้องตรวจสอบว่ายังเข้าร่วมกับไทยอยู่หรือไม่

Student Visa (subclass 500)
- ระยะเวลาพำนัก: ตามระยะเวลาของหลักสูตรการศึกษา
- วัตถุประสงค์หลัก: เรียนในสถาบันการศึกษาที่ได้รับการรับรองในออสเตรเลีย ตั้งแต่ภาษาอังกฤษไปจนถึงปริญญาตรี โท เอก
- สิทธิการทำงาน: ส่วนใหญ่สามารถทำงานได้ 48 ชั่วโมงต่อสองสัปดาห์ (ในช่วงเปิดเทอม) และไม่จำกัดช่วงปิดเทอม
Work Visa / Skilled Visa
- วัตถุประสงค์หลัก: ทำงานในออสเตรเลียอย่างถูกกฎหมาย ทั้งในรูปแบบที่มีนายจ้างสปอนเซอร์ (Employer Sponsorship) หรือในระบบคะแนนทักษะ (Skilled Migration)
- ตัวอย่าง subclass: TSS 482, Skilled Independent 189, Skilled Nominated 190, Skilled Regional 491 ฯลฯ
- เงื่อนไข: ต้องมีคุณสมบัติตามข้อกำหนดของรัฐบาลออสเตรเลีย ทั้งด้านอายุ ภาษาอังกฤษ คุณวุฒิ ประสบการณ์ทำงาน ฯลฯ
Partner Visa (subclass 820/801, 309/100)
- วัตถุประสงค์หลัก: สำหรับคู่สมรสหรือคู่ครองที่อยู่ในความสัมพันธ์จริงจัง (de facto) กับชาวออสเตรเลีย หรือผู้มีสถานะ PR (Permanent Resident)
- ขั้นตอน: มักต้องผ่านการได้วีซ่าชั่วคราว (Temporary) ก่อน จากนั้นจึงได้วีซ่าถาวร (Permanent) เมื่อผ่านระยะเวลาที่กำหนด

Permanent Resident (PR)
- วัตถุประสงค์หลัก: ได้สิทธิพำนักในออสเตรเลียระยะยาวใกล้เคียงพลเมือง แต่ยังไม่มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้ง
- เส้นทางได้ PR: ผ่านวีซ่าทักษะ (Skilled) วีซ่าครอบครัว (Family) วีซ่าคู่สมรส (Partner) และอื่น ๆ ตามเงื่อนไข
นอกเหนือจากนี้ยังมีวีซ่าเฉพาะทางอีกหลายประเภท เช่น Business Innovation & Investment Visa, Refugee and Humanitarian Visa และอื่น ๆ ทั้งนี้ควรเลือกประเภทวีซ่าให้ตรงกับจุดประสงค์การเดินทางของตนที่สุด เพื่อโอกาสในการอนุมัติสูงและลดปัญหาในภายหลัง
เอกสารที่ต้องใช้
การขอวีซ่าออสเตรเลียในปี 2025 นั้น ระบบจะเป็นระบบดิจิทัลเป็นหลัก (Online Application) จึงต้องสแกนและอัปโหลดเอกสารต่าง ๆ ให้ครบถ้วน ชัดเจน และมีการรับรองการแปลภาษาอังกฤษตามที่กำหนด ต่อไปนี้คือรายการเอกสารหลัก ๆ ที่ควรเตรียม
เอกสารส่วนบุคคล
- หนังสือเดินทาง (Passport)
- มีอายุเหลืออย่างน้อย 6 เดือนหลังจากวันที่คาดว่าจะเดินทางเข้าออสเตรเลีย
- มีหน้าว่างสำหรับการประทับวีซ่า (แม้ปัจจุบันจะใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์ก็ตาม)
- ถ้ามีหนังสือเดินทางเล่มเก่า ควรสแกนหน้าวีซ่าและตราประทับการเดินทางที่สำคัญ
- บัตรประชาชน / ทะเบียนบ้าน
- สแกนพร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง
- หากต้องแปล ต้องใช้ผู้แปลที่ได้รับการรับรอง
- รูปถ่ายสี (Digital Photo)
- ตามมาตรฐานรูปถ่ายวีซ่า (พื้นหลังขาว, ไม่สวมหมวก, มองตรง)
- ขนาดและสัดส่วนอาจแตกต่างกันเล็กน้อย ควรตรวจสอบบนเว็บไซต์ของกระทรวงมหาดไทยออสเตรเลีย

หลักฐานการเงิน
- Bank Statement
- รายการเดินบัญชีย้อนหลัง 3-6 เดือน แสดงการเคลื่อนไหวของเงินอย่างสม่ำเสมอ
- ยอดเงินคงเหลือต้องเพียงพอสำหรับค่าใช้จ่ายระหว่างพำนักในออสเตรเลีย
- Bank Certificate
- หนังสือรับรองยอดเงินในบัญชีปัจจุบันจากธนาคาร
- หลักฐานการทำงาน/ธุรกิจ
- หนังสือรับรองการทำงาน (Employment Letter) ระบุเงินเดือน ตำแหน่ง และระยะเวลาทำงาน
- สำเนาทะเบียนการค้า/หนังสือรับรองบริษัท (กรณีเป็นเจ้าของธุรกิจ)
หลักฐานการเดินทาง
- ตั๋วเครื่องบิน (Flight Booking/Itinerary)
- อาจเป็นแค่การจองตั๋ว (Reservation) ที่ยังไม่ชำระเงินเต็มจำนวนได้ เพื่อป้องกันความเสี่ยง ถ้าวีซ่าไม่ผ่านก็จะไม่เสียเงิน
- ระบุวันเดินทางเข้า-ออกออสเตรเลียอย่างชัดเจน
- แผนการเดินทาง (Travel Plan/Itinerary)
- รายละเอียดสถานที่ท่องเที่ยวหรือกิจกรรมที่วางแผนจะทำในออสเตรเลีย
- เอกสารจองที่พัก (Accommodation Booking)
- โรงแรม, โฮสเทล, Airbnb หรือหากพำนักกับญาติ/เพื่อน ต้องมีจดหมายเชิญพร้อมข้อมูลที่อยู่ชัดเจน
ประกันสุขภาพ
- สำหรับนักเรียน (Student Visa) ต้องมี OSHC (Overseas Student Health Cover) ครอบคลุมตลอดระยะเวลาที่เรียน
- สำหรับผู้ถือวีซ่าท่องเที่ยวหรือวีซ่าระยะสั้นอื่น ๆ แนะนำทำประกันการเดินทาง (Travel Insurance) ที่ครอบคลุมค่ารักษาพยาบาล เนื่องจากค่ารักษาในออสเตรเลียค่อนข้างสูง
เอกสารสนับสนุนอื่น ๆ
- จดหมายเชิญ (Invitation Letter) กรณีไปเยี่ยมครอบครัวหรือเพื่อน
- Confirmation of Enrolment (CoE) สำหรับ Student Visa
- Employment Contract / Sponsor Letter สำหรับ Work Visa
- หลักฐานความสัมพันธ์ สำหรับ Partner Visa (เช่น รูปคู่ บัญชีธนาคารร่วม ใบทะเบียนสมรส ใบแจ้งเกิดบุตร ฯลฯ)
- ใบรับรองประวัติอาชญากรรม (Police Clearance Certificate) กรณีบางประเภทวีซ่า หรือเมื่ออายุเกิน 16 ปี และต้องพำนักเกิน 12 เดือน
การเตรียมเอกสารครบถ้วนจะช่วยลดโอกาสถูกเรียกเอกสารเพิ่มเติม (Request for Further Information) ซึ่งจะทำให้กระบวนการอนุมัติล่าช้า และอาจเสี่ยงต่อการปฏิเสธวีซ่าได้

ขั้นตอนการยื่นขอวีซ่าออสเตรเลีย
สร้างบัญชี
- เข้าไปที่เว็บไซต์ Home Affairs – ImmiAccount
- ลงทะเบียนสร้างบัญชี (Register) โดยกรอกอีเมลและข้อมูลส่วนตัว
เลือกประเภทวีซ่า
- เมื่อเข้าสู่ระบบ ImmiAccount ให้เลือกประเภทวีซ่าที่ต้องการ เช่น Visitor (subclass 600), Student (subclass 500) หรืออื่น ๆ ให้ตรงกับวัตถุประสงค์
กรอกแบบฟอร์มออนไลน์
- กรอกข้อมูลส่วนตัวอย่างละเอียด เช่น ชื่อ-นามสกุล วันเกิด ที่อยู่ ประวัติการเดินทาง ฯลฯ
- ตอบคำถามเรื่องสุขภาพและประวัติอาชญากรรมอย่างซื่อสัตย์
อัปโหลดเอกสาร
- สแกนเอกสารทุกชิ้น (Passport, ทะเบียนบ้าน, Bank Statement ฯลฯ) แล้วอัปโหลดในรูปแบบ PDF หรือ JPG
- ตรวจสอบคุณภาพของภาพ/ไฟล์ให้คมชัด และตั้งชื่อไฟล์สื่อถึงเนื้อหา เช่น Passport_ชื่อ.pdf

ชำระค่าธรรมเนียม
- ชำระผ่านบัตรเครดิต/เดบิต หรือวิธีการชำระเงินที่รองรับ
- เก็บหลักฐานการชำระเงิน (Receipt) ไว้เผื่อกรณีจำเป็น
ตรวจสุขภาพ
- สำหรับบางประเภทวีซ่าหรือตามดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่ คุณอาจถูกขอให้ตรวจสุขภาพที่คลินิกหรือโรงพยาบาลที่ผ่านการรับรอง
- จะได้รับ HAP ID (Health Assessment Program ID) เพื่อนำไปยื่นต่อแพทย์ผู้ได้รับอนุญาต (Panel Physician)

รอการพิจารณา
- เจ้าหน้าที่จะประเมินข้อมูลและตรวจสอบความน่าเชื่อถือของผู้สมัคร
- อาจมีการขอเอกสารเพิ่มเติม (Request for More Information) หากข้อมูลยังไม่ครบถ้วน
รับผลการอนุมัติ
- เมื่อวีซ่าได้รับอนุมัติแล้ว จะได้รับอีเมล Visa Grant Notice ซึ่งแจ้งหมายเลขวีซ่า วันที่เริ่มใช้ได้ และเงื่อนไขต่าง ๆ
- วีซ่าออสเตรเลียปัจจุบันเป็นรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ (eVisa) ไม่มีการติดสติกเกอร์ในพาสปอร์ตเหมือนอดีต
สถานที่ยื่นวีซ่าและช่องทางสมัคร
ระบบออนไลน์ผ่าน ImmiAccount

ในปัจจุบัน การขอวีซ่าออสเตรเลียเน้นผ่านช่องทางออนไลน์เป็นหลัก ดังนั้นผู้สมัครสามารถทำได้ทุกที่ที่มีอินเทอร์เน็ต ไม่จำเป็นต้องเดินทางไปสถานทูตเหมือนระบบเก่า แต่อาจมีข้อยกเว้น:
- กรณีเจ้าหน้าที่ขอเรียกสัมภาษณ์เพิ่มเติม
- กรณีมีปัญหาด้านเทคนิค หรือเป็นประเภทวีซ่าเฉพาะทางบางอย่าง
ศูนย์ยื่นวีซ่า (VFS Global) หรือหน่วยงานตัวแทน
ในบางประเทศ (รวมถึงไทย) อาจใช้บริการ VFS Global เป็นศูนย์รับเอกสารหรือตรวจสอบเบื้องต้น หากคุณไม่สะดวกดำเนินการออนไลน์เองทั้งหมด VFS อาจช่วยทำขั้นตอนบางอย่างได้ เช่น การเก็บข้อมูลไบโอเมตริกซ์ (Biometric) หรือช่วยตอบคำถามเบื้องต้น
อย่างไรก็ตาม ปัจจุบัน (ปี 2025) คนไทยสามารถสมัครออนไลน์ได้ด้วยตนเอง 100% หากเอกสารครบถ้วน เพราะระบบขอวีซ่าออสเตรเลียเน้นดิจิทัลเต็มรูปแบบแล้ว
ใช้บริการเอเจนซี่มืออาชีพ
หากต้องการลดความยุ่งยาก ประหยัดเวลา และเพิ่มโอกาสอนุมัติ สามารถจ้างเอเจนซี่หรือศูนย์บริการวีซ่าที่มีประสบการณ์ เช่น i Visa Center Thailand ซึ่งมีทีมงานผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำปรึกษาและดูแลเรื่องเอกสารอย่างครบถ้วน
ระยะเวลาในการดำเนินการ
ระยะเวลาพิจารณาวีซ่าออสเตรเลียจะแตกต่างกันตามประเภทวีซ่าและช่วงเวลาที่สมัคร (High/Low Season) โดยประมาณ:
- Visitor Visa (subclass 600)
- 75% ของใบสมัครจะได้รับการพิจารณาภายใน 2-4 สัปดาห์
- บางเคสอาจยืดไป 1-2 เดือน หากมีการขอเอกสารเพิ่มเติมหรือมีเคสเยอะ
- Student Visa (subclass 500)
- ปกติใช้เวลา 4-6 สัปดาห์ หากเอกสารครบถ้วน
- บางกรณีอาจนานขึ้นถึง 8 สัปดาห์ หากต้องตรวจสอบประวัติหรือตรวจสุขภาพเพิ่มเติม
- Working Holiday Visa (subclass 417/462)
- โดยทั่วไป 2-4 สัปดาห์
- Work Visa / Skilled Visa
- 2-6 เดือน หรือมากกว่านี้ ขึ้นอยู่กับประเภทและความซับซ้อนในการตรวจสอบคุณสมบัติ
- Partner Visa (subclass 820/801 หรือ 309/100)
- อาจใช้เวลาตั้งแต่ 12-24 เดือน เนื่องจากต้องพิสูจน์ความสัมพันธ์อย่างละเอียด
เพื่อความปลอดภัย ควรเผื่อเวลาในการสมัครล่วงหน้าอย่างน้อย 1-2 เดือน (สำหรับวีซ่าท่องเที่ยว) หรือ 3-6 เดือน (สำหรับวีซ่าที่ซับซ้อน) เพื่อลดความเสี่ยงต่อการดีเลย์จนกระทบวันเดินทาง

ค่าใช้จ่ายและค่าธรรมเนียม
ค่าธรรมเนียมวีซ่ารัฐบาลออสเตรเลีย
(ตัวเลขโดยประมาณ อาจเปลี่ยนแปลงตามอัตราแลกเปลี่ยนหรือประกาศล่าสุด)
- Visitor Visa (subclass 600)
- ประมาณ 150-190 AUD (3,500-4,500 บาท) ขึ้นอยู่กับประเภทและสถานะผู้สมัคร
- Student Visa (subclass 500)
- ประมาณ 650-700 AUD (15,000-16,000 บาท)
- Working Holiday Visa (subclass 417/462)
- ประมาณ 510-545 AUD (12,000-13,000 บาท)
- Partner Visa (subclass 820/801)
- อาจสูงถึง 8,000 AUD หรือมากกว่า (180,000 บาทขึ้นไป)
- Work Visa / Skilled Visa
- ช่วง 1,265-4,115 AUD หรือมากกว่า ขึ้นอยู่กับประเภทและเงื่อนไข
ค่าธรรมเนียมอื่น ๆ
- ค่าตรวจสุขภาพ (Medical Examination)
- ประมาณ 2,500-5,000 บาท ขึ้นกับโรงพยาบาลที่ได้รับการรับรอง
- ค่าแปลเอกสาร (Translation Fee)
- หากเอกสารไม่ใช่ภาษาอังกฤษ ต้องใช้บริการผู้แปลที่มีตรารับรอง (NAATI Certified หรือเทียบเท่า)
- ราคาอาจอยู่ในช่วง 300-1,500 บาทต่อหน้า
- ค่าธรรมเนียมศูนย์ยื่น (VFS / บริการเอเจนซี่)
- บางครั้งอาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม เช่น ค่าบริการส่งเอกสารกลับ
- ค่าประกันสุขภาพ / ประกันการเดินทาง
- ขึ้นอยู่กับระยะเวลาพำนักและประเภทวีซ่า (OSHC สำหรับนักเรียน, OVHC สำหรับผู้พำนักอื่น ๆ)
บริการจาก i Visa Center Thailand — ราคาเริ่มต้นเพียง 3,500 บาท
หากคุณต้องการผู้ช่วยในการยื่นขอวีซ่าออสเตรเลียให้รวดเร็วและปลอดภัย ทีมงาน i Visa Center Thailand พร้อมดูแลทุกขั้นตอน ตั้งแต่ต้นจนเสร็จสิ้น โดยมีรายละเอียดบริการดังนี้
- ให้คำปรึกษาและประเมินโอกาส
- วัตถุประสงค์การเดินทางของคุณเหมาะกับวีซ่าประเภทไหน?
- ต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง?
- ประเมินโอกาสผ่าน และแนะวิธีเสริมความน่าเชื่อถือ
- จัดเรียงและตรวจสอบเอกสาร
- ปรับเอกสารให้เป็นระบบ ระบุชัดเจนว่าไฟล์แต่ละไฟล์คืออะไร
- ลดความเสี่ยงถูกปฏิเสธเพราะเอกสารไม่ครบถ้วน
- กรอกแบบฟอร์มออนไลน์และอัปโหลดเอกสาร
- ช่วยกรอกข้อมูลผ่าน ImmiAccount อย่างถูกต้อง
- อัปโหลดเอกสารตามหมวดที่กำหนด
- ให้คำแนะนำเรื่องการตรวจสุขภาพ (ถ้าจำเป็น)
- แจ้งขั้นตอนการขอ HAP ID และรายชื่อโรงพยาบาลที่รองรับ
- ติดตามสถานะในระบบ
- มีทีมงานคอยอัปเดตลูกค้า หากมีเอกสารเพิ่มเติม เจ้าหน้าที่จะแจ้งให้ทราบ
- ราคาเริ่มต้นเพียง 3,500 บาท
- สำหรับบริการเบื้องต้นในการดูแลขั้นตอนวีซ่าท่องเที่ยว
- หากเป็นวีซ่าประเภทอื่น ๆ ที่มีความซับซ้อน ทีมงานจะแจ้งราคาแพ็กเกจตามเหมาะสม
i Visa Center Thailand มีความเชี่ยวชาญในเรื่องวีซ่าหลายประเทศ ไม่ใช่แค่ออสเตรเลียเท่านั้น จึงสามารถดูแลคุณในภาพรวมได้อย่างครอบคลุม และสร้างความมั่นใจให้คุณว่า “ได้ยื่นขอวีซ่าอย่างถูกต้องและครบถ้วนที่สุด”

FAQ คำถามที่พบบ่อย
ต้องมีเงินในบัญชีเท่าไหร่จึงจะขอวีซ่าออสเตรเลียได้?
ไม่มีตัวเลขตายตัว แต่ต้องเพียงพอครอบคลุมค่าใช้จ่ายตลอดทริปในออสเตรเลีย เช่น หากไปเที่ยว 2 สัปดาห์ อาจต้องมีราว 70,000-100,000 บาท (ขึ้นอยู่กับระดับโรงแรมและแผนเดินทาง) ส่วนถ้าเป็นนักเรียน ก็ควรมีหลักฐานสนับสนุนว่ามีทุนการศึกษา หรือมีผู้สนับสนุนที่น่าเชื่อถือ
ต้องจองตั๋วเครื่องบินก่อนหรือไม่?
วีซ่าออสเตรเลียบางครั้งไม่บังคับให้จองตั๋วเครื่องบินล่วงหน้าก็ได้ แต่การมีตั๋วเครื่องบินไป-กลับ (หรือแผนการจองที่ยืนยันได้) จะช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือว่าเรามีแผนเดินทางจริงและจะกลับมาตามกำหนด
สามารถทำงานระหว่างถือวีซ่าท่องเที่ยวได้หรือไม่?
ไม่ได้ วีซ่าท่องเที่ยว (Visitor Visa) ไม่อนุญาตให้ทำงานในออสเตรเลีย แม้จะเป็นพาร์ทไทม์หรือชั่วคราวก็ตาม
วีซ่านักเรียน (Student Visa) ทำงานได้กี่ชั่วโมงต่อสัปดาห์?
ตามนโยบายปี 2025 นักเรียนสามารถทำงานได้ 48 ชั่วโมงต่อสองสัปดาห์ (ประมาณ 24 ชั่วโมงต่อสัปดาห์) ในช่วงเปิดเทอม และทำงานเต็มเวลาได้ในช่วงปิดเทอม
ต้องตรวจสุขภาพหรือไม่?
บางประเภทวีซ่า เช่น Student Visa, Work Visa, Partner Visa ที่พำนักนานกว่า 6 เดือน หรือผู้ที่อายุเกิน 75 ปี อาจถูกกำหนดให้ตรวจสุขภาพที่โรงพยาบาลหรือคลินิกที่ได้รับการรับรอง
หากเคยถูกปฏิเสธวีซ่าออสเตรเลีย สามารถยื่นใหม่ได้หรือไม่?
สามารถยื่นใหม่ได้ แต่ควรแก้ไขสาเหตุที่ทำให้ถูกปฏิเสธ (เช่น ขาดหลักฐานทางการเงิน หรือประวัติไม่ชัดเจน) เพราะหากยื่นด้วยเงื่อนไขเดิมอีก มีโอกาสถูกปฏิเสธซ้ำ
วีซ่าออสเตรเลียแบบ eVisa คืออะไร?
ปัจจุบันวีซ่าออสเตรเลียเป็นระบบอิเล็กทรอนิกส์ ไม่มีสติกเกอร์แปะในพาสปอร์ต ผู้สมัครจะได้รับ Grant Notice ทางอีเมลหรือสามารถตรวจสอบสถานะผ่าน ImmiAccount
วีซ่าท่องเที่ยวทั่วไป (subclass 600) สามารถพำนักเกิน 3 เดือนหรือไม่?
ส่วนใหญ่วีซ่าท่องเที่ยวจะอนุมัติให้พำนักได้ไม่เกิน 3 เดือนต่อการเข้าแต่ละครั้ง (แต่บางกรณีอาจได้สูงสุด 6-12 เดือน) ขึ้นกับการพิจารณาของเจ้าหน้าที่
การสัมภาษณ์ต้องเตรียมตัวอย่างไร?
ออสเตรเลียมักไม่ค่อยเรียกสัมภาษณ์ เว้นแต่กรณีเคสพิเศษ หากถูกเรียก ให้เตรียมเอกสารแสดงเจตนาชัดเจน ตอบคำถามด้วยความจริงและชัดเจน
ต้องแปลทุกเอกสารเป็นภาษาอังกฤษหรือไม่?
ใช่ เอกสารภาษาไทยต้องแปลเป็นภาษาอังกฤษโดยนักแปลที่มีตราประทับหรือได้รับการรับรอง หากเป็นเอกสารทางราชการอาจต้องผ่านกระบวนการรับรองจากกรมการกงสุลด้วย
เคล็ดลับการขอวีซ่าออสเตรเลียให้ผ่านง่าย
- เลือกประเภทวีซ่าให้เหมาะสม
- สำคัญที่สุดคือ เลือกวีซ่าให้ตรงกับวัตถุประสงค์การเดินทาง อย่าพยายามเลี่ยงไปใช้วีซ่าท่องเที่ยวแล้วทำงาน เพราะผิดกฎหมายและเสี่ยงถูกยกเลิกวีซ่าในอนาคต
- หลักฐานการเงินต้องชัดเจน
- แสดงความเคลื่อนไหวของเงินในบัญชีสม่ำเสมอ ถ้ามีเงินเข้าบัญชีปริมาณมากกะทันหันต้องมีหลักฐานยืนยันที่มา
- ประวัติการเดินทางมีส่วนสำคัญ
- หากคุณเคยเดินทางประเทศอื่น ๆ ที่เข้มงวด เช่น สหรัฐฯ แคนาดา ญี่ปุ่น และกลับมาตรงเวลา จะเพิ่มความน่าเชื่อถือว่าไม่มีเจตนาอยู่ออสเตรเลียเกินกำหนด
- เตรียมเอกสารให้ครบถ้วน 100%
- หากพลาดส่งเอกสารบางอย่างหรือมีข้อสงสัย เจ้าหน้าที่จะขอเอกสารเพิ่มเติม ทำให้ดีเลย์หรือโดนปฏิเสธ
- ตรวจสอบให้แน่ใจว่าข้อมูลสอดคล้องกันทุกจุด
- ชื่อ-นามสกุล วันเดือนปีเกิด ข้อมูลส่วนบุคคลที่กรอกในระบบต้องตรงกับพาสปอร์ตและเอกสารอื่น ๆ หากมีความคลาดเคลื่อนจะเสียเวลาแก้ไข
- อย่าแต่งเรื่องหรือปลอมเอกสาร
- หากเจ้าหน้าที่ตรวจพบการให้ข้อมูลเท็จ หรือปลอมแปลงเอกสาร มีโอกาสถูกปฏิเสธและอาจถูกขึ้นบัญชีดำ (Ban)
- เผื่อเวลาสำหรับการสมัคร
- ควรเริ่มดำเนินการล่วงหน้า 1-2 เดือน (หรือ 3-6 เดือนสำหรับวีซ่าระยะยาว) เพื่อป้องกันความเร่งรีบ ใกล้วันเดินทาง
- พิจารณาการใช้บริการมืออาชีพ
- หากไม่มั่นใจในเอกสารหรือขั้นตอน ควรขอคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญด้านวีซ่า เช่น i Visa Center Thailand ซึ่งจะช่วยลดความผิดพลาดและเพิ่มโอกาสผ่าน
การขอวีซ่าออสเตรเลียอาจดูซับซ้อน แต่หากคุณมีการเตรียมตัวที่ดีและเข้าใจกระบวนการทั้งหมด ก็ไม่ใช่เรื่องยาก ในปี 2025 การยื่นขอวีซ่าผ่านระบบออนไลน์ ImmiAccount จะเป็นช่องทางหลัก เน้นการอัปโหลดเอกสารดิจิทัลแบบครบวงจร ดังนั้น การสแกนเอกสารให้ชัดเจน การแปลอย่างถูกต้อง และการกรอกข้อมูลด้วยความซื่อสัตย์ตรงไปตรงมาจึงเป็นกุญแจแห่งความสำเร็จ
- ประเภทวีซ่า: ตรวจสอบให้ถูกต้องว่าเหมาะกับวัตถุประสงค์การเดินทาง
- เอกสารหลัก: หนังสือเดินทาง, หลักฐานการเงิน, ประกันสุขภาพ, ตั๋วเครื่องบิน, เอกสารจองที่พัก, และหลักฐานสนับสนุนอื่น ๆ
- ขั้นตอนออนไลน์: สร้างบัญชี, กรอกแบบฟอร์ม, อัปโหลดเอกสาร, ชำระค่าธรรมเนียม, รอตรวจสุขภาพ (หากจำเป็น)
- ระยะเวลา: 2-4 สัปดาห์สำหรับวีซ่าท่องเที่ยว อาจนานกว่านี้สำหรับวีซ่าอื่น ๆ
- ค่าใช้จ่าย: ค่าธรรมเนียมวีซ่า + ค่าตรวจสุขภาพ + ค่าแปลเอกสาร + ค่าประกันฯ
- เคล็ดลับ: เตรียมให้ครบ เตรียมให้รอบคอบ ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญหากไม่แน่ใจ
ติดต่อทีมงาน i Visa Center Thailand
หากคุณกำลังมองหาบริการที่ “ครบวงจร ครบถ้วน และน่าเชื่อถือ” สำหรับการขอวีซ่าออสเตรเลีย หรือประเทศอื่น ๆ ทั่วโลก i Visa Center Thailand พร้อมให้คำปรึกษาและดูแลทุกขั้นตอน ด้วยประสบการณ์ยาวนานและความใส่ใจในรายละเอียด
i Visa Center Thailand พร้อมช่วยให้การยื่นวีซ่าและการแปลเอกสารของคุณเป็นเรื่องง่าย ไม่ยุ่งยากอีกต่อไป ด้วยประสบการณ์และความเชี่ยวชาญของทีมงาน เรามั่นใจว่าจะสามารถตอบโจทย์ความต้องการของคุณได้อย่างครบครัน
หากคุณกำลังมองหาบริการที่ครอบคลุมทั้งการยื่นวีซ่าและการแปลเอกสารที่มีคุณภาพสูงในประเทศไทย i Visa Center Thailand คือคำตอบสำหรับคุณ 🧑🏻💻
สรุป
ทั้งหมดนี้คือ “คู่มือขอวีซ่าออสเตรเลีย 2025 กี่วันได้ ยื่นยังไง (อัปเดตใหม่ล่าสุด)” ที่เราได้รวบรวมเนื้อหาอย่างละเอียดกว่าห้าพันคำ เพื่อให้คุณมีความพร้อมในการขอวีซ่าออสเตรเลียในทุกแง่มุม หวังว่าข้อมูลในบทความจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับผู้ที่กำลังวางแผนเดินทางไปออสเตรเลีย ไม่ว่าจะเป็นการท่องเที่ยว การเรียน หรือการทำงานในอนาคตอันใกล้
การเดินทางเปิดโลกกว้างให้กับเราเสมอ โดยเฉพาะออสเตรเลียที่มีวัฒนธรรมหลากหลาย ผู้คนเป็นมิตร และธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ที่รอให้คุณไปสัมผัส ขอให้โชคดีกับการยื่นขอวีซ่า หากมีข้อสงสัยหรืออยากปรึกษาในเชิงลึก อย่าลังเลที่จะติดต่อ i Visa Center Thailand เพราะเราเชื่อว่าการเดินทางที่ดี เริ่มต้นจากการวางแผนและเตรียมตัวที่ถูกต้อง
i Visa Center Thailand พร้อมช่วยให้การยื่นวีซ่าและการแปลเอกสารของคุณเป็นเรื่องง่าย ไม่ยุ่งยากอีกต่อไป ด้วยประสบการณ์และความเชี่ยวชาญของทีมงาน เรามั่นใจว่าจะสามารถตอบโจทย์ความต้องการของคุณได้อย่างครบครัน
หากคุณกำลังมองหาบริการที่ครอบคลุมทั้งการยื่นวีซ่าและการแปลเอกสารที่มีคุณภาพสูงในประเทศไทย i Visa Center Thailand คือคำตอบสำหรับคุณ 🧑🏻💻
📮 ช่องทางติดต่อใช้บริการ
📍 ที่อยู่สำหรับติดต่อ : 61 ซอยลาดพร้าว 95 (ปรางค์ทิพย์) แขวงคลองเจ้าคุณสิงห์ เขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร 10310
📍 สาขาขอนแก่น (โครงการ The Wall) : ชั้น 2 โครงการ The Wall ถนนรื่นรมย์ ตำบลในเมือง อำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น 40000
📍 สาขาอุดรธานี : 31/43 ถนนศรีชมชื่น ตำบลหมากแข้ง อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี 41000
📞 Call Center: 080 557 8887
- Facebook: I Visa Center Thailand
📍 แผนกวีซ่า
📱 Line Official ID: @iVisa (มี @ ข้างหน้า)
📧 Email: contact@ivc.ltd
🌐 Website: http://www.ivisacenter.ltd
📍 แผนกแปลและรับรองเอกสาร
📱 Line Official ID: @NYC168 (มี @ ข้างหน้า)
📧 Email: contact@ilc.ltd
🌐 Website: http://www.nycvisa-translation.com
🏣 เปิดทำการ: วันจันทร์-ศุกร์ เวลา 09:00-18:00 หยุดทุกวันเสาร์ – อาทิตย์


