- สารบัญ
- คอสตาริกา สวรรค์ของคนรักธรรมชาติ และทำไมคนไทยต้องขอวีซ่า?
- อัปเดตล่าสุด คนไทยต้องขอวีซ่าเข้าคอสตาริกาหรือไม่? (ข้อมูลปี 2025)
- ประเภทของวีซ่าคอสตาริกาที่คนไทยควรรู้
- ขั้นตอนการขอวีซ่าคอสตาริกาสำหรับคนไทย (แบบ Step-by-Step)
- เอกสารสำคัญที่ต้องเตรียมสำหรับการขอวีซ่าคอสตาริกา
- สถานที่ยื่นขอวีซ่าคอสตาริกาสำหรับคนไทย
- ค่าธรรมเนียมวีซ่าคอสตาริกา (ประมาณการปี 2025)
- ระยะเวลาดำเนินการขอวีซ่าคอสตาริกา
- ข้อควรรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการเดินทางเข้าคอสตาริกา
- ลดความยุ่งยากในการขอวีซ่าคอสตาริกา กับ iVisa Center
- คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับวีซ่าคอสตาริกา
- บทสรุปและคำแนะนำสุดท้าย
คอสตาริกา สวรรค์ของคนรักธรรมชาติ และทำไมคนไทยต้องขอวีซ่า?
คอสตาริกา (Costa Rica) ประเทศในฝันของนักเดินทางสายธรรมชาติ ด้วยสโลแกน “Pura Vida” (ชีวิตที่บริสุทธิ์/เรียบง่าย) ที่สะท้อนวิถีชีวิตอันผ่อนคลายและมีความสุขของผู้คน ที่นี่เต็มไปด้วยป่าฝนอันอุดมสมบูรณ์ ภูเขาไฟที่ยังคุกรุ่น ชายหาดงดงามทั้งฝั่งแปซิฟิกและแคริบเบียน รวมถึงความหลากหลายทางชีวภาพที่น่าทึ่งที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ไม่ว่าคุณจะฝันถึงการโหนสลิงผ่านยอดไม้ (Zip-lining) ชมสัตว์ป่าหายากอย่างสลอธและลิงหลากสี หรือจิบกาแฟรสเลิศจากแหล่งผลิตคุณภาพ คอสตาริกามีทุกสิ่งรอให้คุณไปสัมผัส

แต่ก่อนที่การผจญภัยจะเริ่มต้นขึ้น คำถามสำคัญสำหรับนักเดินทางชาวไทยคือ “ต้องขอวีซ่าเข้าคอสตาริกาหรือไม่?” คำตอบคือ ใช่ ครับ พลเมืองไทยจำเป็นต้องมีวีซ่าเพื่อเดินทางเข้าประเทศคอสตาริกา ไม่ว่าจะด้วยวัตถุประสงค์ใดก็ตาม บทความนี้ iVisa Center ได้รวบรวมข้อมูลล่าสุดประจำปี 2025 เกี่ยวกับการขอวีซ่าคอสตาริกาทุกประเภท ขั้นตอน เอกสาร ค่าธรรมเนียม และทุกสิ่งที่คุณต้องรู้ เตรียมพร้อมรับมือกับกระบวนการขอวีซ่าอย่างมั่นใจ!
อัปเดตล่าสุด คนไทยต้องขอวีซ่าเข้าคอสตาริกาหรือไม่? (ข้อมูลปี 2025)
ย้ำอีกครั้ง ณ ปี 2025 พลเมืองไทยที่ถือหนังสือเดินทางไทย จำเป็นต้องยื่นขอวีซ่า ก่อนเดินทางเข้าประเทศคอสตาริกา
ข้อยกเว้นสำคัญ (โปรดตรวจสอบเงื่อนไขล่าสุดเสมอ):
ในบางกรณี พลเมืองไทยอาจได้รับการยกเว้นการขอวีซ่าเข้าคอสตาริกาเพื่อการท่องเที่ยว หากมีคุณสมบัติดังนี้:
- ถือวีซ่าประเภท Multiple Entry ที่ยังไม่หมดอายุของประเทศสหรัฐอเมริกา (ประเภท B1/B2, D, C1/D) หรือ แคนาดา
- ถือวีซ่าประเภท Multiple Entry ที่ยังไม่หมดอายุของกลุ่มประเทศเชงเก้น (Schengen Visa)
- มีสถานะผู้พำนักถาวร (Permanent Residency) ในสหรัฐอเมริกา, แคนาดา, หรือประเทศในสหภาพยุโรป โดยต้องมีอายุเหลืออย่างน้อย 3-6 เดือน (ตามข้อกำหนด ณ เวลานั้น)
เงื่อนไขเพิ่มเติมสำหรับข้อยกเว้น
- หนังสือเดินทางไทยต้องมีอายุเหลือมากกว่า 6 เดือน
- วีซ่า (ของสหรัฐฯ/แคนาดา/เชงเก้น) หรือบัตรผู้พำนักถาวร ต้องยังไม่หมดอายุ และอาจมีข้อกำหนดเรื่องระยะเวลาที่เหลืออยู่ของวีซ่า/บัตร
- วัตถุประสงค์การเดินทางต้องเป็นการท่องเที่ยว พำนักได้สูงสุด 30 วัน (อาจขยายได้ตามดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่)
สำคัญมาก: กฎระเบียบเกี่ยวกับข้อยกเว้นนี้อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ iVisa Center แนะนำอย่างยิ่งให้คุณตรวจสอบกับสถานกงสุลกิตติมศักดิ์คอสตาริกาประจำประเทศไทย หรือสายการบิน ก่อนเดินทางเสมอ เพื่อยืนยันสิทธิ์ในการเข้าประเทศโดยไม่ต้องขอวีซ่าตามเงื่อนไขข้างต้น หากคุณไม่เข้าข่ายข้อยกเว้น หรือต้องการพำนักนานกว่า 30 วัน หรือเดินทางด้วยวัตถุประสงค์อื่นนอกเหนือจากการท่องเที่ยว คุณจำเป็นต้องยื่นขอวีซ่าคอสตาริกาตามปกติ
ประเภทของวีซ่าคอสตาริกาที่คนไทยควรรู้
วีซ่าคอสตาริกาแบ่งกว้างๆ ได้เป็นวีซ่าระยะสั้น (ท่องเที่ยว) และวีซ่าระยะยาว (พำนักชั่วคราว/ถาวร) ซึ่งมักจะต้องดำเนินการสมัครสถานะพำนัก (Residency) หลังจากเดินทางเข้าประเทศไปแล้วภายใต้วีซ่าท่องเที่ยว หรือได้รับอนุมัติเบื้องต้นจากสถานกงสุลฯ ก่อนเดินทาง

1. วีซ่าท่องเที่ยว (Tourist Visa – Visa Consular)
- วัตถุประสงค์: สำหรับการเดินทางเพื่อการพักผ่อน เยี่ยมญาติ หรือกิจกรรมที่ไม่ใช่การทำงานหรือการศึกษาเต็มเวลา
- การขอ: ยื่นคำร้องผ่านสถานกงสุลกิตติมศักดิ์คอสตาริกาประจำประเทศไทย
- ระยะเวลาอนุญาตพำนัก: โดยทั่วไปอนุญาตสูงสุด 30 วันเมื่อเดินทางถึง (อาจแตกต่างกันได้ตามดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง) และอาจขอขยายเวลาได้เมื่ออยู่ในคอสตาริกาแล้ว (แต่กระบวนการอาจซับซ้อน)
- เอกสารหลัก: แบบฟอร์มคำร้อง, หนังสือเดินทาง, รูปถ่าย, หลักฐานการเงิน, ตั๋วเครื่องบินไป-กลับ, หลักฐานที่พัก, จดหมายอธิบายวัตถุประสงค์การเดินทาง
2. วีซ่าพำนักชั่วคราว (Temporary Residency – Residencia Temporal)
นี่คือกลุ่มวีซ่าสำหรับผู้ที่ต้องการพำนักในคอสตาริกาเป็นระยะเวลานานกว่า 90 วัน แต่ยังไม่ใช่สถานะถาวร โดยทั่วไปต้องยื่นขอสถานะนี้กับกรมตรวจคนเข้าเมืองและคนต่างด้าว (Dirección General de Migración y Extranjería – DGME) ของคอสตาริกา หลังจากเดินทางเข้าประเทศด้วยวีซ่าท่องเที่ยว หรือบางกรณีอาจเริ่มกระบวนการผ่านสถานกงสุลฯ ได้
ประเภทที่พบบ่อยในกลุ่มนี้ ได้แก่:
วีซ่านักเรียน/นักศึกษา (Estudiante)
- สำหรับผู้ที่ลงทะเบียนเรียนในสถาบันการศึกษาที่ได้รับการรับรองในคอสตาริกา
- ต้องมีใบตอบรับเข้าศึกษาและหลักฐานการเงินเพียงพอ
วีซ่าทำงาน (Trabajador)
- สำหรับผู้ที่ได้รับการว่าจ้างจากนายจ้างในคอสตาริกา
- ต้องมีสัญญาจ้างงาน และนายจ้างต้องแสดงให้เห็นว่าไม่สามารถหาคนท้องถิ่นทำงานในตำแหน่งนั้นได้ (ในบางกรณี) กระบวนการค่อนข้างซับซ้อนและต้องดำเนินการโดยนายจ้างเป็นหลัก
วีซ่าผู้เกษียณอายุ (Pensionado)
- สำหรับผู้ที่ได้รับเงินบำนาญหรือเงินได้ประจำจากแหล่งที่มานอกประเทศคอสตาริกา
- ต้องพิสูจน์ได้ว่ามีรายได้ประจำต่อเดือนตามเกณฑ์ขั้นต่ำที่กำหนด (ปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 1,000 USD ต่อเดือน) จากแหล่งที่น่าเชื่อถือและถาวร (เช่น กองทุนบำนาญของรัฐหรือเอกชน)
วีซ่าผู้มีรายได้ประจำ (Rentista)
- สำหรับผู้ที่มีรายได้ประจำจากแหล่งเงินทุนนอกประเทศ (เช่น ค่าเช่า, เงินลงทุน) ไม่ใช่เงินเดือนหรือบำนาญ
- ต้องพิสูจน์ได้ว่ามีรายได้ประจำต่อเดือนตามเกณฑ์ขั้นต่ำที่กำหนด (ปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 2,500 USD ต่อเดือน) เป็นเวลาอย่างน้อย 2 ปี หรือต้องฝากเงินจำนวนหนึ่ง (ประมาณ 60,000 USD) ในธนาคารของคอสตาริกา
วีซ่านักลงทุน (Inversionista)
- สำหรับผู้ที่ลงทุนในธุรกิจ, อสังหาริมทรัพย์, หุ้น หรือโครงการที่ได้รับการอนุมัติในคอสตาริกา
- มูลค่าการลงทุนขั้นต่ำตามที่กำหนด (ปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 150,000 USD หรืออาจแตกต่างกันตามประเภทการลงทุนและกฎหมายล่าสุด)
วีซ่าคู่สมรส/ครอบครัว (Vínculo)
- สำหรับผู้ที่มีความสัมพันธ์ทางสายเลือดหรือการสมรสกับพลเมืองคอสตาริกา หรือผู้ที่มีสถานะพำนักถาวรในคอสตาริกา (เช่น คู่สมรส, บิดามารดา, บุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะหรืออยู่ในอุปการะ)
วีซ่าอาสาสมัคร / นักวิจัย / ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง
- สำหรับผู้ที่เข้าร่วมโครงการอาสาสมัคร, การวิจัย หรือทำงานเฉพาะทางกับองค์กรที่ได้รับการรับรอง
3. วีซ่าพำนักถาวร (Permanent Residency – Residencia Permanente)
โดยทั่วไปจะได้สถานะนี้หลังจากถือวีซ่าพำนักชั่วคราว (Temporary Residency) มาแล้วเป็นเวลา 3 ปี หรือสำหรับผู้ที่มีความสัมพันธ์ทางสายเลือดโดยตรง (ระดับแรก) กับพลเมืองคอสตาริกา
4. วีซ่าประเภทอื่นๆ (เช่น Digital Nomad)
คอสตาริกามีวีซ่าสำหรับ “Digital Nomads” หรือผู้ทำงานทางไกล (Rentista – Modalidad Especial para Trabajadores y Prestadores Remotos de Servicios) ซึ่งอนุญาตให้ชาวต่างชาติที่ทำงานให้บริษัทนอกคอสตาริกาผ่านระบบออนไลน์ สามารถพำนักและทำงานจากคอสตาริกาได้นาน 1 ปี (ต่ออายุได้อีก 1 ปี)
- เงื่อนไขหลัก: ต้องพิสูจน์รายได้ที่มั่นคงจากต่างประเทศอย่างน้อย 3,000 USD ต่อเดือน (หรือ 4,000 USD หากมาพร้อมครอบครัว)

ขั้นตอนการขอวีซ่าคอสตาริกาสำหรับคนไทย (แบบ Step-by-Step)
กระบวนการขอวีซ่าคอสตาริกาสำหรับคนไทยมักจะเริ่มต้นที่สถานกงสุลกิตติมศักดิ์ในกรุงเทพฯ โดยมีขั้นตอนหลักดังนี้ (อาจมีการปรับเปลี่ยนตามประเภทวีซ่าและสถานการณ์ปัจจุบัน โปรดตรวจสอบกับสถานกงสุลฯ อีกครั้ง):
ขั้นตอนที่ 1: ตรวจสอบประเภทวีซ่าและเตรียมเอกสาร
- กำหนดวัตถุประสงค์การเดินทางของคุณให้ชัดเจน เพื่อเลือกประเภทวีซ่าที่เหมาะสม (ท่องเที่ยว, หรือมีแผนจะขอสถานะพำนักระยะยาวประเภทใด)
- รวบรวมเอกสารที่จำเป็นตามรายการด้านล่าง และตามข้อกำหนดเฉพาะของวีซ่าประเภทนั้นๆ
- สำคัญมาก: เอกสารราชการที่ออกในประเทศไทย (เช่น สูติบัตร, ทะเบียนสมรส, ใบรับรองความประพฤติ) ที่จะใช้ยื่นขอสถานะพำนักระยะยาว ต้องผ่านการรับรองจากกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศของไทย และอาจต้องผ่านการรับรองจากสถานกงสุลคอสตาริกา จากนั้นต้องนำไปแปลเป็นภาษาสเปนโดยนักแปลที่ได้รับการรับรอง และอาจต้องผ่านการ Apostille หรือ Legalization ตามกฎระเบียบ ณ เวลานั้น (กระบวนการนี้ซับซ้อน ควรปรึกษา iVisa Center หรือสถานกงสุลฯ)
ขั้นตอนที่ 2: ติดต่อสถานกงสุลกิตติมศักดิ์คอสตาริกาในกรุงเทพฯ
- ติดต่อสถานกงสุลฯ เพื่อนัดหมาย สอบถามข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับเอกสาร ขั้นตอน และค่าธรรมเนียมสำหรับวีซ่าประเภทที่คุณต้องการ
- รับแบบฟอร์มคำร้องขอวีซ่า (ถ้ามีให้ดาวน์โหลด ให้พิมพ์ออกมา)
ขั้นตอนที่ 3: ยื่นคำร้องและเอกสาร
- เดินทางไปยื่นแบบฟอร์มคำร้องพร้อมเอกสารประกอบทั้งหมด ณ สถานกงสุลกิตติมศักดิ์ฯ ตามวันและเวลาที่นัดหมาย
- เจ้าหน้าที่กงสุลจะตรวจสอบความครบถ้วนเบื้องต้น
ขั้นตอนที่ 4: ชำระค่าธรรมเนียม (ถ้ามี)
- ชำระค่าธรรมเนียมวีซ่าตามที่สถานกงสุลฯ แจ้ง (สำหรับวีซ่าท่องเที่ยว) หรือค่าธรรมเนียมเบื้องต้นในการดำเนินการ (ถ้ามี) สำหรับการยื่นขอสถานะพำนัก
ขั้นตอนที่ 5: รอการพิจารณา (และการส่งเรื่องไปคอสตาริกา)
- วีซ่าท่องเที่ยว: สถานกงสุลฯ อาจมีอำนาจพิจารณาและอนุมัติได้โดยตรง หรืออาจต้องส่งเรื่องไปขออนุมัติจาก DGME ที่คอสตาริกา
- การขอสถานะพำนัก (Residency): เอกสารของคุณจะถูกส่งไปให้ DGME ในคอสตาริกาเป็นผู้พิจารณาหลัก ซึ่งขั้นตอนนี้อาจใช้เวลานานหลายสัปดาห์ หรือหลายเดือน
ขั้นตอนที่ 6: การแจ้งผลและการรับวีซ่า
- สถานกงสุลฯ จะแจ้งผลการพิจารณาให้คุณทราบ
- หากได้รับอนุมัติ (โดยเฉพาะวีซ่าท่องเที่ยว) คุณอาจต้องนำหนังสือเดินทางไปรับการประทับตราวีซ่า (Visa Sticker) ที่สถานกงสุลฯ
- สำหรับการขอสถานะพำนัก อาจได้รับเป็นการอนุมัติเบื้องต้น เพื่อให้คุณเดินทางเข้าคอสตาริกาและไปดำเนินการต่อที่ DGME
ขั้นตอนที่ 7: การดำเนินการเมื่อเดินทางถึงคอสตาริกา (สำหรับวีซ่าระยะยาว)
- หากคุณเดินทางเข้าคอสตาริกาเพื่อยื่นขอสถานะพำนัก หรือได้รับอนุมัติเบื้องต้นมาแล้ว คุณจะต้องไปรายงานตัวและยื่นเอกสารเพิ่มเติม (รวมถึงเอกสารต้นฉบับที่ผ่านการรับรองและแปลแล้ว) ที่ DGME เพื่อนัดหมาย ทำไบโอเมตริกซ์ และรอรับบัตรประจำตัวผู้พำนัก (เรียกว่า DIMEX หรือ Cédula de Residencia)
เอกสารสำคัญที่ต้องเตรียมสำหรับการขอวีซ่าคอสตาริกา
รายการเอกสารอาจแตกต่างกันไป โปรดตรวจสอบกับสถานกงสุลฯ สำหรับประเภทวีซ่าของคุณโดยเฉพาะ
เอกสารทั่วไป (สำหรับวีซ่าส่วนใหญ่)
- แบบฟอร์มคำร้องขอวีซ่า: กรอกข้อมูลครบถ้วนและลงนาม
- หนังสือเดินทาง (Passport): ตัวจริง มีอายุเหลือมากกว่า 6 เดือน และมีหน้าว่างอย่างน้อย 1-2 หน้า พร้อมสำเนา
- รูปถ่ายสี: ขนาดตามที่กำหนด (เช่น ขนาด 2×2 นิ้ว หรือตามมาตรฐานหนังสือเดินทาง) พื้นหลังสีขาว ถ่ายไว้ไม่เกิน 6 เดือน
- หลักฐานทางการเงิน:
- Bank Statement ย้อนหลัง 3-6 เดือน แสดงความเคลื่อนไหวและยอดเงินคงเหลือเพียงพอ
- หนังสือรับรองสถานะทางการเงินจากธนาคาร
- สลิปเงินเดือน, หนังสือรับรองการทำงาน (ระบุตำแหน่ง รายได้ ระยะเวลาการจ้าง)
- หลักฐานการเดินทาง: ใบจองตั๋วเครื่องบินไป-กลับ (สำคัญมากสำหรับวีซ่าท่องเที่ยว)
- หลักฐานที่พัก: ใบจองโรงแรม หรือจดหมายเชิญจากผู้ที่จะให้ที่พักอาศัยในคอสตาริกา (พร้อมเอกสารแสดงตนของผู้ออกจดหมาย)
- จดหมายอธิบายวัตถุประสงค์การเดินทาง (Cover Letter): แนะนำตัวเอง แจ้งวัตถุประสงค์ แผนการเดินทางคร่าวๆ ระยะเวลาพำนัก
- ใบรับรองความประพฤติ (Police Clearance Certificate): จากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (จำเป็นอย่างยิ่งสำหรับการขอสถานะพำนัก) ต้องออกให้ไม่เกิน 3-6 เดือน และต้องผ่านการรับรองและแปลตามขั้นตอน
- สูติบัตร (Birth Certificate): จำเป็นสำหรับการขอสถานะพำนักหลายประเภท ต้องผ่านการรับรองและแปล
- ทะเบียนสมรส / ทะเบียนหย่า (ถ้ามี): กรณีเดินทางพร้อมคู่สมรส หรือขอวีซ่าประเภทครอบครัว ต้องผ่านการรับรองและแปล

เอกสารเฉพาะตามประเภทวีซ่า (ตัวอย่าง)
- วีซ่านักเรียน: ใบตอบรับจากสถาบัน, หลักฐานการชำระค่าเล่าเรียน
- วีซ่าทำงาน: สัญญาจ้าง, เอกสารจากนายจ้าง
- วีซ่า Pensionado: เอกสารยืนยันการรับเงินบำนาญประจำ (ตามยอดขั้นต่ำ) จากหน่วยงานที่น่าเชื่อถือ
- วีซ่า Rentista: เอกสารยืนยันรายได้ประจำจากแหล่งเงินทุน (ตามยอดขั้นต่ำ) หรือหลักฐานการฝากเงินในธนาคารคอสตาริกา
- วีซ่า Inversionista: เอกสารหลักฐานการลงทุนตามประเภทและมูลค่าที่กำหนด
- วีซ่า Digital Nomad: หลักฐานรายได้จากต่างประเทศ (ตามยอดขั้นต่ำ), ประกันสุขภาพ
การรับรองและแปลเอกสาร: ย้ำอีกครั้งว่าเอกสารราชการที่จะใช้ขอสถานะพำนัก ต้องผ่านกระบวนการรับรอง (Legalization/Apostille) และแปลเป็นภาษาสเปนอย่างเป็นทางการ ซึ่งเป็นขั้นตอนที่สำคัญและใช้เวลา ควรเริ่มต้นแต่เนิ่นๆ
สถานที่ยื่นขอวีซ่าคอสตาริกาสำหรับคนไทย
สำหรับพลเมืองไทยที่พำนักในประเทศไทย ต้องติดต่อและยื่นคำร้องที่:
สถานกงสุลกิตติมศักดิ์คอสตาริกาประจำประเทศไทย (Honorary Consulate of Costa Rica in Bangkok)
- ที่อยู่: (กรุณาตรวจสอบที่อยู่และข้อมูลติดต่อล่าสุดโดยตรง เนื่องจากอาจมีการเปลี่ยนแปลง) โดยทั่วไปจะอยู่ในเขตกรุงเทพมหานคร
- เว็บไซต์/Facebook Page: ค้นหาข้อมูลที่เป็นปัจจุบันที่สุดเกี่ยวกับเวลาทำการ การนัดหมาย และช่องทางการติดต่อ
หมายเหตุ: สถานกงสุลกิตติมศักดิ์อาจมีขอบเขตอำนาจจำกัดในการอนุมัติวีซ่าบางประเภท และอาจต้องส่งเรื่องต่อไปยังสถานทูตคอสตาริกาที่มีเขตอาณาครอบคลุมประเทศไทย (เช่น ที่สิงคโปร์ หรือ เกาหลีใต้ ในอดีต – ต้องตรวจสอบปัจจุบัน) หรือส่งตรงไปยัง DGME ในคอสตาริกา
ค่าธรรมเนียมวีซ่าคอสตาริกา (ประมาณการปี 2025)
ค่าธรรมเนียมอาจมีการเปลี่ยนแปลงและขึ้นอยู่กับประเภทวีซ่าและอัตราแลกเปลี่ยน
- ค่าธรรมเนียมวีซ่าท่องเที่ยว (Visa Consular Fee): อาจอยู่ที่ประมาณ 30 – 50 USD (ประมาณ 1,000 – 1,800 บาท) ชำระที่สถานกงสุลฯ
- ค่าธรรมเนียมการขอสถานะพำนัก (Residency Application Fees): มีค่าธรรมเนียมหลายส่วนที่ต้องชำระในคอสตาริกา เช่น ค่าธรรมเนียมยื่นคำร้อง, ค่าธรรมเนียมการออกบัตร DIMEX, ค่าธรรมเนียมอื่นๆ ซึ่งรวมแล้วอาจอยู่ระหว่าง 200 – 500 USD หรือมากกว่า ขึ้นอยู่กับประเภทวีซ่าและขั้นตอน (ไม่รวมค่าทนายความหากใช้บริการ)
- ค่าธรรมเนียมอื่นๆ: ค่ารับรองเอกสาร (ที่ไทยและ/หรือคอสตาริกา), ค่าแปลเอกสาร, ค่า Apostille (ถ้ามี)
ควรเตรียมงบประมาณสำหรับค่าใช้จ่ายเหล่านี้ทั้งหมด และตรวจสอบยอดเงินที่แน่นอนกับสถานกงสุลฯ หรือ DGME ณ เวลาที่ยื่น
ระยะเวลาดำเนินการขอวีซ่าคอสตาริกา
ระยะเวลาเป็นอีกปัจจัยที่ต้องวางแผนให้ดี:
- วีซ่าท่องเที่ยว: หากสถานกงสุลฯ อนุมัติได้ อาจใช้เวลาประมาณ 1-4 สัปดาห์ แต่หากต้องส่งเรื่องไปที่อื่น อาจนานกว่านั้น
- การขอสถานะพำนัก (Residency): กระบวนการนี้ใช้เวลานานมาก เนื่องจากต้องรอการพิจารณาจาก DGME ในคอสตาริกา อาจใช้เวลาตั้งแต่ 3 เดือน ถึง 12 เดือน หรือนานกว่านั้น หลังจากยื่นเอกสารครบถ้วนที่คอสตาริกาแล้ว
คำแนะนำ: ควรยื่นขอวีซ่าท่องเที่ยวล่วงหน้าอย่างน้อย 1-2 เดือนก่อนเดินทาง และหากมีแผนจะขอสถานะพำนัก ควรเริ่มเตรียมเอกสาร (โดยเฉพาะการรับรองและแปล) ล่วงหน้าหลายเดือน และเผื่อเวลาสำหรับกระบวนการในคอสตาริกาด้วย

ข้อควรรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการเดินทางเข้าคอสตาริกา
การลงทะเบียนสุขภาพ (Health Pass)
- ในอดีต คอสตาริกาเคยกำหนดให้ลงทะเบียน Health Pass ก่อนเดินทางเข้าประเทศเนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 ณ ปัจจุบัน (ต้นปี 2025) ข้อกำหนดนี้อาจถูกยกเลิกไปแล้ว อย่างไรก็ตาม ควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุด จากเว็บไซต์การท่องเที่ยวอย่างเป็นทางการของคอสตาริกา (Visit Costa Rica) หรือสถานกงสุลฯ ก่อนเดินทางเสมอ
ประกันการเดินทาง
- ถึงแม้ข้อบังคับเรื่องประกันโควิด-19 อาจไม่มีแล้ว แต่ ขอแนะนำอย่างยิ่ง ให้ทำประกันการเดินทางและสุขภาพที่ครอบคลุมค่ารักษาพยาบาลและเหตุฉุกเฉินต่างๆ ตลอดระยะเวลาที่พำนักในคอสตาริกา เพื่อความอุ่นใจ
ข้อกำหนดด้านวัคซีน (ไข้เหลือง)
- คอสตาริกากำหนดให้ผู้ที่เดินทางมาจากประเทศในกลุ่มเสี่ยงต่อโรคไข้เหลือง (Yellow Fever) ในอเมริกาใต้และแอฟริกา ต้องแสดงใบรับรองการฉีดวัคซีนป้องกันไข้เหลือง (Yellow Card)
- ประเทศไทย ไม่ได้ อยู่ในกลุ่มประเทศเสี่ยงนี้ ดังนั้นโดยทั่วไปคนไทยที่เดินทางจากไทยโดยตรง ไม่จำเป็นต้องมีใบรับรองนี้ แต่หากคุณมีการเดินทางผ่านหรือพำนักในประเทศกลุ่มเสี่ยง ก่อนเข้าคอสตาริกา คุณอาจต้องแสดงหลักฐานการฉีดวัคซีน ควรตรวจสอบรายชื่อประเทศกลุ่มเสี่ยงล่าสุดและเงื่อนไขนี้อีกครั้งก่อนเดินทาง
ลดความยุ่งยากในการขอวีซ่าคอสตาริกา กับ iVisa Center
กระบวนการขอวีซ่าคอสตาริกา โดยเฉพาะการขอสถานะพำนักระยะยาว มีความซับซ้อนเรื่องเอกสาร การรับรอง การแปล และขั้นตอนที่ต้องดำเนินการทั้งในไทยและคอสตาริกา หากคุณต้องการความช่วยเหลือ ลดความผิดพลาด และประหยัดเวลา iVisa Center คือผู้ช่วยมืออาชีพของคุณ!
บริการของเราครอบคลุม
- ให้คำปรึกษา: เลือกประเภทวีซ่า/สถานะพำนักที่เหมาะสม, วางแผนขั้นตอน
- ตรวจสอบเอกสาร: เช็คลิสต์และแนะนำการเตรียมเอกสารให้ครบถ้วน ถูกต้องตามข้อกำหนดล่าสุด
- แนะนำการรับรองและแปล: ช่วยประสานงานหรือแนะนำเรื่องการรับรองเอกสารและหาล่าม/นักแปลที่น่าเชื่อถือ
- กรอกแบบฟอร์ม: ช่วยกรอกข้อมูลในแบบฟอร์มต่างๆ
- ประสานงานเบื้องต้น: ช่วยติดต่อสอบถามข้อมูลกับสถานกงสุลฯ (ในขอบเขตที่ทำได้)
- ให้คำแนะนำ: เตรียมตัวสำหรับการเดินทางและขั้นตอนที่ต้องทำเมื่อถึงคอสตาริกา
เริ่มต้นการเดินทางสู่ Pura Vida อย่างราบรื่น! ค่าบริการ iVisa Center สำหรับวีซ่าคอสตาริกา เริ่มต้นเพียง 3,500 บาท (ไม่รวมค่าธรรมเนียมสถานกงสุล/DGME, ค่าแปล, ค่ารับรองเอกสาร)

คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับวีซ่าคอสตาริกา
Q1: สรุปแล้วคนไทยต้องขอวีซ่าไปคอสตาริกาไหม?
A: ใช่ คนไทยที่ถือหนังสือเดินทางไทยต้องขอวีซ่าเข้าคอสตาริกา ยกเว้นกรณีที่คุณมีวีซ่า Multiple Entry ที่ยังไม่หมดอายุของสหรัฐอเมริกา, แคนาดา หรือเชงเก้น หรือมีสถานะผู้พำนักถาวรในประเทศดังกล่าว (ต้องตรวจสอบเงื่อนไขข้อยกเว้นล่าสุดอีกครั้งก่อนเดินทาง)
Q2: ขอวีซ่าคอสตาริกาที่ไหนในประเทศไทย?
A: ติดต่อและยื่นคำร้องที่ สถานกงสุลกิตติมศักดิ์คอสตาริกาประจำประเทศไทย ในกรุงเทพฯ ควรนัดหมายล่วงหน้า
Q3: วีซ่าท่องเที่ยวคอสตาริกาอยู่ได้นานเท่าไหร่?
A: โดยทั่วไป วีซ่าท่องเที่ยวที่ได้รับจากสถานกงสุลฯ หรือเมื่อใช้สิทธิ์ยกเว้นวีซ่า จะอนุญาตให้พำนักได้สูงสุด 30 วันเมื่อเดินทางถึง (อาจมีการเปลี่ยนแปลงตามดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่) หากต้องการอยู่นานกว่านั้น ต้องยื่นขอสถานะพำนักประเภทต่างๆ ซึ่งส่วนใหญ่ต้องทำเรื่องหลังจากเข้าประเทศไปแล้ว
Q4: ต้องใช้เอกสารแปลเป็นภาษาสเปนหรือไม่?
A: สำหรับวีซ่าท่องเที่ยว เอกสารหลักอาจยื่นเป็นภาษาอังกฤษได้ (ควรตรวจสอบกับสถานกงสุลฯ) แต่สำหรับการยื่นขอสถานะพำนัก (Residency) ทุกประเภท เอกสารราชการสำคัญทั้งหมด (เช่น ใบรับรองความประพฤติ, สูติบัตร, ทะเบียนสมรส) ต้องแปลเป็นภาษาสเปน โดยนักแปลที่ได้รับการรับรอง และต้องผ่านการรับรองเอกสารตามขั้นตอนก่อนแปล
Q5: ค่าใช้จ่ายทั้งหมดในการขอวีซ่าประมาณเท่าไหร่?
A: ขึ้นอยู่กับประเภทวีซ่า วีซ่าท่องเที่ยวอาจมีค่าธรรมเนียมประมาณ 1,000-2,000 บาท + ค่าเตรียมเอกสารเล็กน้อย ส่วนการขอสถานะพำนักจะมีค่าใช้จ่ายสูงกว่ามาก ทั้งค่าธรรมเนียม DGME (หลายร้อย USD), ค่ารับรองเอกสาร (หลายพันบาท), ค่าแปลเอกสาร (หลายพันถึงหมื่นบาท), และอาจมีค่าทนายความในคอสตาริกาหากเลือกใช้บริการ
Q6: การขอวีซ่าคอสตาริกายากไหม?
A: วีซ่าท่องเที่ยวไม่ซับซ้อนเท่า แต่การขอสถานะพำนัก (Residency) ถือว่าค่อนข้างซับซ้อนและใช้เวลานาน เนื่องจากข้อกำหนดด้านเอกสารที่ต้องผ่านการรับรองและแปลอย่างถูกต้อง รวมถึงขั้นตอนการดำเนินการกับ DGME ในคอสตาริกา การเตรียมตัวที่ดีและละเอียดเป็นสิ่งสำคัญมาก
Q7: ต้องมีเงินในบัญชีเท่าไหร่?
A: ไม่มีตัวเลขตายตัวสำหรับวีซ่าท่องเที่ยว แต่ต้องแสดงให้เห็นว่าเพียงพอต่อค่าใช้จ่ายตลอดทริป สำหรับวีซ่าพำนักประเภท Pensionado และ Rentista มีข้อกำหนดรายได้ขั้นต่ำต่อเดือนที่ชัดเจน (ประมาณ 1,000 USD และ 2,500 USD ตามลำดับ) ส่วนประเภทอื่นๆ ต้องแสดงหลักฐานการเงินที่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ (เช่น เงินทุนสำหรับนักลงทุน, เงินพอค่าครองชีพสำหรับนักเรียน)
Q8: วีซ่า Digital Nomad ของคอสตาริกาคืออะไร คนไทยขอได้ไหม?
A: เป็นวีซ่าพิเศษสำหรับผู้ทำงานทางไกลให้บริษัทนอกคอสตาริกา อนุญาตให้อยู่ได้ 1 ปี (ต่ออายุได้อีก 1 ปี) คนไทยสามารถขอได้ หากมีคุณสมบัติตามข้อกำหนด โดยเฉพาะการพิสูจน์รายได้ขั้นต่ำ 3,000 USD/เดือน (หรือ 4,000 USD หากมีครอบครัว) จากต่างประเทศ และมีประกันสุขภาพ
Q9: ถ้ามีวีซ่าอเมริกา เชงเก้น หรือแคนาดา เข้าคอสตาริกาได้เลยไหม?
A: มีความเป็นไปได้สูงว่าจะเข้าได้เพื่อการท่องเที่ยวสูงสุด 30 วัน หากคุณถือวีซ่าประเภท Multiple Entry ของประเทศดังกล่าวที่ยังไม่หมดอายุ (หรือมีสถานะ PR) แต่! ต้องตรวจสอบเงื่อนไขล่าสุดกับสถานกงสุลฯ หรือสายการบินก่อนเดินทางเสมอ เพราะกฎอาจเปลี่ยนแปลง และมีรายละเอียดปลีกย่อยเรื่องประเภทวีซ่าและอายุคงเหลือของวีซ่า
Q10: ต้องไปแสดงตัวที่สถานกงสุลหรือไม่?
A: โดยทั่วไป การยื่นคำร้องขอวีซ่าที่สถานกงสุลกิตติมศักดิ์ฯ ในกรุงเทพฯ ผู้ยื่นจะต้องไปแสดงตัวเพื่อยื่นเอกสารด้วยตนเอง
บทสรุปและคำแนะนำสุดท้าย
การเดินทางสู่คอสตาริกา ดินแดนแห่ง Pura Vida เป็นประสบการณ์ที่คุ้มค่า แต่การเตรียมตัวเรื่องวีซ่าเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับชาวไทย วางแผนล่วงหน้า เตรียมเอกสารให้ครบถ้วน ถูกต้องตามข้อกำหนด โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากคุณต้องการขอสถานะพำนักระยะยาว ซึ่งต้องให้ความสำคัญกับการรับรองและแปลเอกสารอย่างมาก
หากคุณรู้สึกว่ากระบวนการซับซ้อน หรือต้องการความมั่นใจสูงสุด อย่าลังเลที่จะใช้บริการจากผู้เชี่ยวชาญอย่าง iVisa Center เราพร้อมเป็นผู้ช่วยให้การขอวีซ่าคอสตาริกาของคุณเป็นไปอย่างราบรื่นที่สุด ติดต่อเราวันนี้ เพื่อเริ่มต้นการเดินทางสู่ธรรมชาติอันน่าทึ่งของคอสตาริกา!

i Visa Center Thailand พร้อมช่วยให้การยื่นวีซ่าและการแปลเอกสารของคุณเป็นเรื่องง่าย ไม่ยุ่งยากอีกต่อไป ด้วยประสบการณ์และความเชี่ยวชาญของทีมงาน เรามั่นใจว่าจะสามารถตอบโจทย์ความต้องการของคุณได้อย่างครบครัน
หากคุณกำลังมองหาบริการที่ครอบคลุมทั้งการยื่นวีซ่าและการแปลเอกสารที่มีคุณภาพสูงในประเทศไทย i Visa Center Thailand คือคำตอบสำหรับคุณ 🧑🏻💻
📮 ช่องทางติดต่อใช้บริการ
📍 ที่อยู่สำหรับติดต่อ : 61 ซอยลาดพร้าว 95 (ปรางค์ทิพย์) แขวงคลองเจ้าคุณสิงห์ เขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร 10310
📍 สาขาขอนแก่น (โครงการ The Wall) : ชั้น 2 โครงการ The Wall ถนนรื่นรมย์ ตำบลในเมือง อำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น 40000
📍 สาขาอุดรธานี : 31/43 ถนนศรีชมชื่น ตำบลหมากแข้ง อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี 41000
📞 Call Center: 080 557 8887
- Facebook: I Visa Center Thailand
📍 แผนกวีซ่า
📱 Line Official ID: @iVisa (มี @ ข้างหน้า)
📧 Email: contact@ivc.ltd
🌐 Website: http://www.ivisacenter.ltd
📍 แผนกแปลและรับรองเอกสาร
📱 Line Official ID: @NYC168 (มี @ ข้างหน้า)
📧 Email: contact@ilc.ltd
🌐 Website: http://www.nycvisa-translation.com
🏣 เปิดทำการ: วันจันทร์-ศุกร์ เวลา 09:00-18:00 หยุดทุกวันเสาร์ – อาทิตย์


